posttoday
ไทยช่วยไทย พลัส เฟส2 วันแรกคึกคัก เงินสะพัดทะลุ 1.71 แสนลบ.

ไทยช่วยไทย พลัส เฟส2 วันแรกคึกคัก เงินสะพัดทะลุ 1.71 แสนลบ.

01 ตุลาคม 2569

คลังเผยยอดใช้จ่ายสะสมไทยช่วยไทย พลัส ณ 30 ก.ย. ทะลุ 1.71 แสนล้านบาท รัฐร่วมจ่าย 9.87 หมื่นล้าน ประชาชนจ่ายเอง 7.32 หมื่นล้าน ร้านค้าผ่านตรวจสอบเกือบ 1.2 ล้านราย

KEY

POINTS

  • โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2" ได้รับการตอบรับดีในวันแรก สร้างยอดใช้จ่ายสะสมสูงกว่า 1.71 แสนล้านบาท
  • มีผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการรวมกว่า 26 ล้านราย และมีร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 1.19 ล้านแห่งทั่วประเทศ
  • ผู้ได้รับสิทธิต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตังภายใน 15 ต.ค. 69 เพื่อรับสิทธิรัฐร่วมจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท

โครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 เปิดวันแรกเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิ ร้านค้ารับอานิสงส์ เงินสะพัดตั้งแต่วันแรก สะท้อนแรงตอบรับมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ

 

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังเปิดให้ประชาชนยืนยันตัวตนและเริ่มใช้สิทธิเป็นวันแรก "โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" เฟส2  พบว่า มียอดใช้จ่ายสะสม ณ วันที่ 30 ก.ย. 2569 ณ เวลา 23.00 น. อยู่ที่ 171,961.3 ล้านบาท โดยมีผู้ได้รับสิทธิรวม 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,490 ราย

 

ไทยช่วยไทย พลัส เฟส2 วันแรกคึกคัก เงินสะพัดทะลุ 1.71 แสนลบ.

 

สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมรวม 171,961.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 98,756 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง 73,205.3 ล้านบาท

 

เมื่อแยกตามช่องทางใช้จ่าย พบว่า การใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปในส่วนของรัฐบาลอยู่ที่ 94,979.7 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery อีก 3,776.3 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่ายของประชาชนผ่านร้านค้าทั่วไป อยู่ที่ 70,271 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery จำนวน 2,934.3 ล้านบาท

 

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่องทางร้านค้าทั่วไป ขณะที่บริการ Food Delivery เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประชาชนใช้สิทธิภายใต้โครงการนี้

 

นายวินิจ กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ต้องยืนยันเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 15 ต.ค. 2569 ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” โดยเลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” อ่านรายละเอียดและยอมรับเงื่อนไขก่อนกดยืนยันสิทธิ

 

"โครงการนี้มีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มกำลังซื้อและสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย จึงอยากให้ผู้ได้รับสิทธิใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปถึงทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายเล็กที่เข้าร่วมโครงการ"

 

สำหรับการใช้สิทธิ รัฐบาลร่วมจ่าย 60% สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569 ประชาชนร่วมจ่าย 40% ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ใช้ซื้อสินค้าและบริการที่กำหนดได้เวลา 06.00-23.00 น. ส่วน Food Delivery ใช้ได้เวลา 06.00-21.00 น. โดยเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าหรือเติมได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

คลื่นความร้อนเร่งธารน้ำแข็งสวิสสูญเสียน้ำแข็งกว่า 5% ในปีเดียว

คลื่นความร้อนเร่งธารน้ำแข็งสวิสสูญเสียน้ำแข็งกว่า 5% ในปีเดียว