
TACC ประเมินน้ำท่วมกระทบสั้น กางแผนรับมือ คงเป้ารายได้ปี 69 โต 10%
TACC ประเมินน้ำท่วมปัจจัยชั่วคราว กระทบระยะสั้น ยืนยันสต๊อกสินค้าเพียงพอ กางแผนรับมือวิกฤตพร้อม มั่นใจการจัดส่งไม่สะดุด คงเป้ารายได้รวมปี 69 โต 10% รุกตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ ตั้ง TACC Plus ลุย B2C ประเดิมส่ง "Eight Plus น้ำด่างธรรมชาติ 100%" วางขาย ต.ค.นี้
KEY
POINTS
- TACC ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นผลกระทบระยะสั้น และบริษัทมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยงพร้อมสต็อกสินค้าที่เพียงพอ
- บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 ให้เติบโต 10% จากปีก่อน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุน
- บริษัทรุกตลาดเครื่องดื่มสุขภาพผ่านบริษัทย่อย TACC Plus และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "Eight Plus" น้ำด่างธรรมชาติ 100% หนุนการเติบโตใหม่ในระยะยาว
สถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณฝนยังตกซ้ำต่อเนื่อง
นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัจจัยชั่วคราวที่เข้ามากระทบในระยะสั้น และบริษัทมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยง และแผนรับมือวิกฤตที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว โดยมีการติดตามสถานการณ์ของศูนย์กระจายสินค้าว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ รวมถึงประเมินผลกระทบต่อร้านค้าปลายทาง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีสต๊อกสินค้าเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ความเสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา โดยการจัดส่งสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทยังสามารถดำเนินไปได้อย่างสม่ำเสมอ
หากในอนาคตสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น บริษัทก็พร้อมพิจารณาปรับเพิ่มจำนวนวันสำรองสินค้าคงคลังให้เหมาะสมต่อไป ร่วมกับทางพาร์ทเนอร์
ทั้งนึ้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 เติบโต 10% จากปีก่อน พร้อมมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และเชื่อว่าอัตรากำไรสุทธิในปี 2569 จะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา
รุกตลาดสุขภาพ เปิดตัว "Eight Plus“ ปักธงรายได้ 1,000 ล้าน ใน 5 ปี
ล่าสุด บริษัทได้ร่วมลงทุน (Joint Venture) โดยจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท ทีเอซีซี พลัส จำกัด (TACC Plus) ซึ่งใช้เงินลงทุนมูลค่า 48 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Health & Wellness Beverage รองรับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจใหม่
โดย TACC Plus จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 และบริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็นรายได้ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี 2570 ตั้งเป้าหมายรายได้รวมของ TACC Plus แตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี หรือในปี 2573
สำหรับการจัดตั้ง TACC Plus ครั้งนี้ เพื่อรุกขยายสู่ตลาด B2C โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม B2C เพิ่มเป็น 30% ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ต่ำกว่า 5% ของรายได้รวม พร้อมสร้าง New Growth Engine เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนและงบการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ และรุกขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ “Eight Plus น้ำด่างธรรมชาติ 100%” ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักในระยะเริ่มต้นของ TACC Plus ที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค.2569 และกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดหลากหลายช่องทาง เช่น 7-Eleven, Premium MT, โรงแรม 5 ดาว และช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในกลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพ เพื่อสร้างความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
“ปัจจุบันตลาดน้ำดื่มไทย มีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านบาท ขณะที่น้ำแร่และน้ำดื่มพรีเมียม มีมูลค่าประมาณ 3,100 ล้านบาท ส่วนตลาดน้ำด่างมีสัดส่วนเพียง 2-3% ของตลาดพรีเมียม ทำให้ยังมีช่องว่าในการเติบโตอยู่” นางสาวไตรทิพย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน TACC มีแผนขยาย Eight Plus สู่ตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นมองตลาดออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับสินค้าเพื่อสุขภาพ เพื่อปูทางสู่การขยายแบรนด์ในระดับภูมิภาคและตลาดสากล
ขณะที่แผนการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในระยะนี้อาจจะยังไม่เห็นเพิ่ม เนื่องจากบริษัทยังให้น้ำหนักกับการผลักดันธุรกิจที่ลงทุนใหม่ ทั้งแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” และ TACC Plus ให้เติบโตและสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายก่อน ตั้งเป้าหมายจุดคุ้มทุนไม่เกิน 5 ปี และจะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ประมาณ 15%







