posttoday
“ศุภจี” ถกทูตอินเดีย ดันฐานร่วมผลิต-ลงทุน เชื่อม 2 ประเทศสู่ซัพพลายโลก

“ศุภจี” ถกทูตอินเดีย ดันฐานร่วมผลิต-ลงทุน เชื่อม 2 ประเทศสู่ซัพพลายโลก

19 กันยายน 2569

“ศุภจี” ถกเอกอัครราชทูตอินเดีย เดินหน้าขับเคลื่อนหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ลุยร่วมมือ Co-Creation Co Investment เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก

KEY

POINTS

  • "ศุภจี" หารือทูตอินเดีย ยกระดับความร่วมมือ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” โดยเน้นการ “ร่วมสร้าง-ร่วมลงทุน” เน้นสาขาศักยภาพ เช่น สมุนไพรและเภสัชภัณฑ์, IT, อาหารแปรรูป, ยานยนต์, และอุตสาหกรรมการบริการ (Hospitality)
  • ตั้งเป้าให้เกิดความคืบหน้าในการลงทุนร่วมกันภายใน 45 วัน โดยมีนักลงทุนไทยแสดงความสนใจแล้ว และบริษัทอินเดียเตรียมลงทุน Data Center ในไทย
  • ขยายความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การเชื่อมโยงระบบชำระเงิน Promptpay-UPI และการพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (บาท-รูปี) เพื่อลดต้นทุนทางการค้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือกับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย (นายปุนีต อัครวาล) เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์ ว่าไทยกับอินเดียเน้นย้ำความพร้อมที่จะร่วมมือกันในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในการเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ “ร่วมสร้าง - ร่วมลงทุน (Co-Creation Co-Investment)” ในสาขาที่ไทยและอินเดียมีศักยภาพ

 

อาทิ สมุนไพรและเภสัชภัณฑ์ IT อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมสีเขียว ยานยนต์ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการต้อนรับ (hospitality) ด้วยการร่วมลงทุน ร่วมผลิต เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) ไม่ใช่เพียงการส่งออกสินค้าไปยังตลาดทั้งสองฝ่าย 

 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ได้แจ้งกับเอกอัครราชทูตอินเดียว่า เมื่อต้นเดือนนี้ ได้เดินทางไปเยือนอินเดีย และหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย (ฯพณฯ นายปิยุช โกยาล) ถึงการขยายความร่วมมือในรูปแบบ “Co-Creation Co-Investment” ในสาขาที่อินเดียมีความต้องการหรือมีทรัพยากรและไทยมีศักยภาพและสนใจที่จะลงทุน เพื่อเติมเต็ม (complement) และได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยหลีกเลี่ยงสาขาที่แต่ละฝ่ายมีความอ่อนไหว 

 

 

โดยได้มอบหมายให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มดำเนินการร่วมกันโดยมีกระทรวงพาณิชย์ช่วยสนับสนุน ให้มีความคืบหน้าภายใน 45 วัน เพื่อนำร่องและให้เกิดต้นแบบ ซึ่งล่าสุดมีนักลงทุนไทย 5-6 รายแล้วที่แสดงความสนใจมีความร่วมมือกับอินเดียภายใต้แนวคิดดังกล่าว

 

และเอกอัครราชทูตอินเดียยังแจ้งว่า บริษัทอินเดียอยู่ระหว่างเตรียมการลงทุน Data Center ในไทย โดยหลายบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทไทยแล้ว และยังได้ชักชวนให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในอินเดียด้วย

 

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะใช้เวที JTC เป็นกลไกในการติดตามการดำเนินความร่วมมือ ตลอดจนหารือเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน โดยเอกอัครราชทูตอินเดียแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดียเสนอให้ที่ประชุม JTC จัดทำแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวต่อไป 

 

 

พัฒนาระบบชำระเงินสองประเทศ

 

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านความร่วมมือภาคบริการ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมโยงระบบชำระเงิน UPI ของอินเดียกับระบบ Promptpay ของไทย และได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น บาท-รูปี เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนทางการค้า

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการฝึกอบรม/การศึกษา อินเดียต้องการร่วมมือกับไทยในอุตสาหกรรม Hospitality ซึ่งไทยมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ ตนจึงได้แจ้งว่าไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมด้าน Hospitality และการฝึกอบรมในระดับอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะและบุคลากรในภาคบริการ

 

และในช่วงหลังของการหารือ เอกอัครราชทูตอินเดียขอให้ไทยสนับสนุนบุคลากรวิชาชีพของอินเดีย ได้แก่ นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี และภาค IT เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วย

 

ทั้งนี้ อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับอินเดีย มีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 8.07 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

โดยไทยส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 10,270.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 3,704.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี และเงินแท่งและทองคำ

ข่าวล่าสุด

เปิดพิกัดเทศกาลดอกไม้ริมเจ้าพระยา Bangkok Flower Festival 2026 มีอะไรให้ทำบ้าง?

เปิดพิกัดเทศกาลดอกไม้ริมเจ้าพระยา Bangkok Flower Festival 2026 มีอะไรให้ทำบ้าง?