posttoday
ธปท. ผนึกภาคการเงิน ยกระดับป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายเชิงรุก

ธปท. ผนึกภาคการเงิน ยกระดับป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายเชิงรุก

10 กันยายน 2569

ธปท. และภาคการเงิน ร่วมขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย ยกระดับตรวจจับและป้องกันเชิงรุก 5 หลักการสำคัญ เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว

KEY

POINTS

  • ธปท. ร่วมมือกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล จัดทำ "กรอบความร่วมมือ" เพื่อป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดกฎหมาย
  • กรอบความร่วมมือมุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุก โดยกำหนด 5 หลักการสำคัญเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับทุกหน่วยงานที่เข้าร่วม
  • แต่ละหน่วยงานมีบทบาทในการยกระดับมาตรฐาน เช่น การรู้จักลูกค้า (KYC) การตรวจสอบร้านค้า (KYM) และการนำเทคโนโลยีมาใช้เฝ้าระวังธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน (Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities)” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการป้องกันเชิงรุกไม่ให้ภาคการเงินตกเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ปกป้องประชาชนจากความเสียหายจากการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า กรอบความร่วมมือฉบับนี้ จัดทำโดย ธปท. สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ร่วมกันในการ “ผนึกกำลังยกระดับการป้องกันเชิงรุก” ไม่ให้ระบบ การเงินไทยถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การทุจริต และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทุกประเภท ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจ จากประชาชนอย่างแท้จริง

 

วิทัย รัตนากร

 

5 หลักการสำคัญ ภายใต้กรอบความร่วมมือ

 

กรอบความร่วมมือนี้ กำหนดหลักการสำคัญ 5 ประการ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วม นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม กับลักษณะธุรกิจและระดับความเสี่ยงของตน ดังนี้

 

1.การกำหนดทิศทาง นโยบาย และธรรมาภิบาลองค์กร

 

ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ มีการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแล กิจการขององค์กร คณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงต้องกำหนดนโยบาย ทิศทาง และกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมทั้งติดตาม ประสิทธิผลและจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ ระดับความเสี่ยง และรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

 

2.การกำหนดแนวทางเพื่อให้เกิดการปฏิบัติ อย่างมีมาตรฐานและเป็นรูปธรรม

 

ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปรรรม โดยมีมาตรฐานขั้นต่ำที่พึงปฏิบัติตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ ในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง พร้อมมีกลไกติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมทั้งทบทวน และปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

 

3.การพัฒนาเชิงรุกด้วยความเชี่ยวชาญและข้อมูล

 

ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะมุ่งพัฒนาความสามารถและยกระดับประสิทธิผลในการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง โดยนำความเชี่ยวชาญ ข้อมูล เทคโนโลยี และศักยภาพที่เป็นจุดแข็งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชน

 

4.การเสริมสร้างความร่วมมือและองค์ความรู้ร่วมกัน

 

ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ รูปแบบการกระทำผิด (typology) สัญญาณเตือนภัย และแนวปฏิบัติที่ดี ระหว่างหน่วยงานที่เข้าร่วม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจ และยกระดับความสามารถในการรับมือกับการใช้ ระบบการเงินในทางที่ผิดที่มีความซับซ้อน ซึ่งมักอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นเครื่องมือ

 

5.การคำนึงถึงผลกระทบอย่างสมดุล

 

ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะคำนึงถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ภายใต้กรอบความร่วมมืออย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการเข้าถึงบริการทางการเงิน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สามารถสร้างความปลอดภัยให้แก่ระบบการเงิน แม้อาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินอยู่บ้าง แต่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเกินความจำเป็นต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และการพัฒนาระบบการเงิน รวมทั้งรักษาแรงจูงใจที่เหมาะสม และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการความเสี่ยง

 

ธปท. ผนึกภาคการเงิน ยกระดับป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายเชิงรุก

 

บทบาทภายใต้กรอบความร่วมมือ

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

1.ยกระดับหลักเกณฑ์และมาตรฐานขั้นต่ำ รวมถึงการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

 

-ป้องกันไม่ให้บัญชีเงินฝากและ e-Money ถูกใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมผิดกฎหมาย

 

-ป้องกันไม่ให้บริการรับชำระเงินถูกใช้เป็นช่องทางรับเงินให้กับร้านค้าผิดกฎหมาย

 

-ป้องกันไม่ให้ภาคการเงินถูกใช้เป็นช่องทางในการแปลงสภาพเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ไปเป็นสินทรัพย์ที่ยากต่อการติดตาม ตรวจสอบ หรือสืบค้นเส้นทางการเงิน

 

-ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจ Non-bank

 

-คุ้มครองผู้ใช้บริการที่อาจตกเป็นเหยื่อ หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนธุรกรรมผิดกฎหมาย

 

2.วิเคราะห์ความเชื่อมโยง และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก (insights) รูปแบบพฤติกรรมความเสี่ยง (patterns) และแนวปฏิบัติที่ดี (best practices)

 

3.ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธนาคารกลางต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

 

สมาคมธนาคารไทย

 

1.สนับสนุนการยกระดับการยืนยันตัวตนของลูกค้า รวมถึง KYC/CDD/EDD

 

2.ร่วมกันจัดทำมาตรฐานกลาง (industry standard) ในการป้องกันและจัดการบัญชีที่มีความเสี่ยง

 

3.ยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง

 

4.นำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการเฝ้าระวัง และป้องกันเชิงรุกสำหรับบัญชี และธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

 

5.เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคธนาคาร หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนภาคเอกชนอื่น

 

สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทยและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน

 

1.ยกระดับ KYM ในการรับชำระเงินให้ร้านค้าตลอดช่วงการให้บริการ เพื่อป้องกันไม่ให้บริการกับร้านค้าที่สนับสนุนการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

 

2.ยกระดับ KYC1/CDD/EDD ที่ทำสำหรับเจ้าของบัญชี e-Money และผู้ใช้บริการโอนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

 

3.นำส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงในการตรวจจับและตรวจสอบเชิงระบบแก่หน่วยงานกำกับดูแล

 

4 เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสมาชิก และไม่ใช่สมาชิกอย่างสม่ำเสมอ

 

สมาคมธนาคารนานาชาติ

 

1.เสริมสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมผ่าน AIB โดยการจัดประชุมฟอรั่มอย่างสม่ำเสมอกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

 

2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้อย่างเป็นระบบกับหน่วยงานภาครัฐและอุตสาหกรรมการบริการทางการเงินในวงกว้าง

 

3.ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อปกป้องลูกค้าในเชิงรุก

 

4.เสริมสร้างมาตรฐานและการดำเนินการด้าน KYC, CDD และ EDD

 

5.สนับสนุนรูปแบบพันธมิตรระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งการขจัดปัญหาการทุจริตและการฟอกเงินโดยใช้ข้อมูลข่าวกรองร่วมกัน 

 

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

 

1.สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลแก่ประชาชนผ่านเครือข่ายชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เกษตรกร และประชาชนกลุ่มเปราะบาง

 

2.ยกระดับ KYC/CDD/EDD โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ สมาคมธนาคารไทย ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน

 

สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน

 

1.พัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคคลที่มีความเสี่ยง (database for risk & PEPs screening) รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบ CFR

 

2.จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้าน AML/CFT ของอุตสาหกรรม

 

3 สนับสนุนและผลักดันการยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้าน AML/CFT

 

-จัดฝึกอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (best practices)

 

-จัดทำแบบประเมินความเสี่ยงองค์กร (business risk assessment)

 

-เปิดช่องทางให้คำปรึกษา เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแลได้อย่างถูกต้อง

 

ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank lenders)

 

1.ยกระดับการตรวจจับและตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงประเภทของลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และแหล่งที่มาของเงิน

 

2.ยกระดับการแลกเปลี่ยนรูปแบบธุรกรรมหรือพฤติกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติ (patterns) ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

3.ส่งเสริมความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและการแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างสมาคม ที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ

 

ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับจะร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดช่องโหว่ที่ระบบการเงินอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ยกระดับการป้องกันและรับมือภัยทางการเงินเพื่อคุ้มครองประชาชน และสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างมั่นใจและไว้วางใจในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

“เทียนขาว” จากพืชทดลอง สู่พืชสุขภาพมูลค่าสูง สร้างรายได้ใหม่เกษตรกรน่าน

“เทียนขาว” จากพืชทดลอง สู่พืชสุขภาพมูลค่าสูง สร้างรายได้ใหม่เกษตรกรน่าน