posttoday
อสังหาฯ ชะลอ จระเข้หันจับตลาดรีโนเวต เร่งขยาย LMV-ปั้นสินค้ากรีน

อสังหาฯ ชะลอ จระเข้หันจับตลาดรีโนเวต เร่งขยาย LMV-ปั้นสินค้ากรีน

07 กันยายน 2569

ทิศทางตลาดอสังหาฯ และก่อสร้างชะลอตัว สวนทาง ตลาดรีโนเวต-ซ่อมแซม จระเข้ เร่งบุก LMV ดันโปรดักต์ Green Construction เทรนด์ใหม่อุตสาหกรรมก่อสร้าง

ตลาดก่อสร้างไทยปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดย SCB EIC ประเมินมูลค่าตลาดก่อสร้างไทยอยู่ที่ราว 1.41 ล้านล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แบ่งเป็นการลงทุนภาครัฐประมาณ 860,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และภาคเอกชนประมาณ 551,000 ล้านบาท ลดลง 1% จากสต็อกที่อยู่อาศัยคงค้างและการชะลอของโครงการที่พักระดับกลางถึงล่าง

 

ท่ามกลางตลาดที่ไม่ได้ขยายตัวมากนัก กลุ่มที่ยังมีโอกาสเติบโตคือ งานรีโนเวต ซ่อมแซม และบำรุงรักษา โดยเฉพาะงานกันซึม งานซ่อมพื้นและถนน รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ โรงแรม อาคารพาณิชย์ และพื้นที่ค้าปลีก ขณะเดียวกันความต้องการวัสดุก่อสร้างที่รองรับอาคารสีเขียว สุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และการรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามทิศทางของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

 

 

อสังหาฯ ชะลอ จระเข้หันจับตลาดรีโนเวต เร่งขยาย LMV-ปั้นสินค้ากรีน

 

 

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งครบวงจร จึงวางแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 ด้วยการกระจายฐานการเติบโต ทั้งการรักษาตลาดในประเทศ ขยายตลาดต่างประเทศ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การก่อสร้างยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมจากปัญหาการใช้งานจริง การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต การรักษาฐานตลาดไทย การขยายตลาดต่างประเทศ และการสร้างธุรกิจใหม่เพื่อเป็น Growth Engine ในระยะยาว

 

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดก่อสร้างปีนี้จะทรงตัวและชะลอตัวเล็กน้อย แต่ยังมีบางเซกเมนต์ที่สามารถเติบโตได้ โดยเฉพาะตลาดซ่อมแซม รีโนเวต และงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งบริษัทจะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของทั้งช่าง ผู้รับเหมา และผู้บริโภค

 

“ตลาดไม่ได้หายไป แต่รูปแบบของความต้องการเปลี่ยนไป ผู้ประกอบการต้องเลือกให้ชัดว่าจะเข้าไปอยู่ในเซกเมนต์ไหน และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์มากขึ้น” 

 

ดร.จิรัฏฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทให้น้ำหนักกับกลุ่ม LMV (ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งมีการเติบโตโดดเด่นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเมือง บริษัทมีฐานธุรกิจผ่าน JORAKAY Vietnam Co., Ltd. และเตรียมขยายเครือข่ายเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง

 

ส่วนตลาดลาวยังมีโอกาสจากการลงทุนในโครงการเชิงพาณิชย์ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่เมียนมายังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้การขยายตลาดต้องประเมินความเสี่ยงเป็นรายช่วง

 

อีกตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญคือ Green Construction ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวัสดุก่อสร้างของทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้บริโภค

 

อสังหาฯ ชะลอ จระเข้หันจับตลาดรีโนเวต เร่งขยาย LMV-ปั้นสินค้ากรีน

 

โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่ม JORAKAY Green Products มีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 63% ของยอดขายรวม จระเข้ระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการวัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกแบบอาคารที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพอากาศ และการลดการปล่อยคาร์บอน โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอาคารสีเขียวและสุขภาวะ เช่น LEED, WELL และ TREES

 

ด้านการดำเนินงาน จระเข้ระบุว่าสามารถลดการปล่อย CO₂ ได้มากกว่า 31 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดฝุ่นในกระบวนการผลิตได้มากกว่า 5 ล้านกิโลกรัม และนำขยะรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการจัดการกว่า 280,000 กิโลกรัม พร้อมตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2045 และ Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2050

 

ขณะเดียวกัน ยังคงใช้เครือข่าย JORAKAY EXPERT และ JORAKAY SHOP กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศเป็นฐานในการเข้าถึงช่างและผู้บริโภค รวมถึงพัฒนาทักษะบุคลากรผ่าน JORAKAY Academy ซึ่งบริษัทระบุว่ามีผู้ผ่านการพัฒนาทักษะแล้วกว่า 30,000 คน

 

ภาพของจระเข้ในครึ่งหลังปี 2569 จึงไม่ได้เน้นการเร่งขยายยอดขายเพียงด้านเดียว แต่เป็นการปรับพอร์ตให้สอดรับกับตลาดที่เติบโตแบบเลือกจุด ทั้งงานซ่อมแซมและรีโนเวต ตลาดต่างประเทศ และวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ Green Building เพื่อสร้างฐาน

ข่าวล่าสุด

Shopee เปิดบริการ "ช้อปของสด-ซื้อยาสมัญออนไลน์" ส่งด่วนใน 1 ชม.

Shopee เปิดบริการ "ช้อปของสด-ซื้อยาสมัญออนไลน์" ส่งด่วนใน 1 ชม.