
Mixue ปั้นมาสคอต Snow King ลุยธุรกิจสวนสนุก หลังกำไรธุรกิจเครื่องดื่มหดตัว
64,000 สาขาเอาไม่อยู่! เจาะลึกงบการเงิน Mixue Group ทำไมรายได้โตแต่กำไรหดจนหุ้นร่วง? พร้อมเปิดแผนอนาคตเตรียมต่อยอดมาสคอต สร้างสวนสนุก "Snow King"
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Mixue Group (มี่เสวี่ย) แบรนด์แฟรนไชส์ไอศกรีมและชาผลไม้รายใหญ่จากจีน ร่วงลงอย่างต่อเนื่องในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยล่าสุดปิดลบกว่า 7% หลังรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกชี้กำไรสุทธิหดตัว 14.7%
เหตุต้นทุนพุ่งกระฉูด เร่งแจกปันผลพิเศษเรียกความเชื่อมั่น พร้อมกางแผนปั้น "Snow King" สู่สวนสนุกระดับโลก
เจาะสาเหตุ หุ้น Mixue ร่วงติดต่อกัน
หุ้นของ Mixue Group ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 7% ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังจากที่เพิ่งปิดลบไปถึง 8.37% เมื่อวันพฤหัสบดี
ปัจจัยกดดันหลักมาจากการประกาศผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก (สิ้นสุดเดือนมิถุนายน) ซึ่งเผยให้เห็นตัวเลขกำไรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเทขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยง
สรุปตัวเลขผลประกอบการ Mixue ครึ่งปีแรก
- รายได้รวม: 1.522 หมื่นล้านหยวน (เพิ่มขึ้น 2.3% YoY)
- กำไรสุทธิ: 2.32 พันล้านหยวน หรือประมาณ 345.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 14.7% YoY)
- การจ่ายเงินปันผล: คณะกรรมการเสนอจ่ายปันผลพิเศษ 2.65 หยวนต่อหุ้น (อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น)
ทำไม Mixue รายได้โต แต่กำไรหด?
แม้รายได้รวมของบริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อัตรากำไรกลับลดลงเนื่องจากต้องแบกรับ "ภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น" โดยทางบริษัทได้ชี้แจงสาเหตุหลักไว้ดังนี้
- ต้นทุนขายพุ่งแซงหน้าการเติบโตของรายได้ เป็นผลมาจากการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายพุ่ง 22.9% จากการอัดฉีดงบการตลาดและค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เพิ่มขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 39.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนด้านบุคลากร
อาณาจักร Mixue ผงาด สเกลธุรกิจใหญ่แซงหน้า McDonald’s
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินในแง่ของขนาดธุรกิจ Mixue Group ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามอง ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิตอย่างไอศกรีมวานิลลา "King Cone"
ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า Mixue มีเครือข่ายสาขาทั่วโลกสูงถึง 63,987 แห่ง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้บริษัทมีจำนวนสาขาแซงหน้าเชนฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่าง McDonald’s และทิ้งห่าง Dunkin’s ถึงกว่า 4 เท่าตัว
โดยปัจจุบัน Mixue ได้สยายปีกเปิดสาขาในต่างประเทศ (นอกจีนแผ่นดินใหญ่) ไปแล้วมากถึง 4,378 แห่ง
กางแผนรุกตลาดโลก ปั้นอาณาจักรสวนสนุก "Snow King"
สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป Mixue จะไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) อีกต่อไป แต่เตรียมต่อยอดการเติบโตผ่าน 2 แกนหลักสำคัญ ได้แก่
- เร่งขยายตลาดต่างประเทศ: เดินหน้าเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและอเมริกา โดยให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบซัพพลายเชน (Supply Chain) ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
- รุกธุรกิจ IP และเอนเตอร์เทนเมนต์: บริษัทเตรียมผลักดัน "Snow King" มาสคอตสัญลักษณ์ของแบรนด์ ให้ก้าวขึ้นเป็นไอคอนระดับโลก ผ่านการผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งซีรีส์แอนิเมชัน หนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ สินค้าที่ระลึก รวมถึงเมกะโปรเจกต์ในอนาคตอย่างการสร้าง "สวนสนุก" (Theme Park) เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจและเปิดช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาหุ้นของ Mixue ที่ปรับตัวลดลงล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงโจทย์ท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางการขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดด
หลังจากนี้คงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า แผนรุกตลาดต่างประเทศและการสร้างอาณาจักร Snow King จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นความเชื่อมั่น และสร้างผลกำไรในระยะยาวได้อย่างที่คาดหวังหรือไม่







