posttoday
เรื่องของคนรักม้า (ม้าก็รักคน)

เรื่องของคนรักม้า (ม้าก็รักคน)

27 มกราคม 2553

มีบุญคุณกับคนไทยมานานนักหนา สงครามทัพไหนๆ ในอดีต ต่างใช้ม้าเป็นพาหนะสำคัญ....

มีบุญคุณกับคนไทยมานานนักหนา สงครามทัพไหนๆ ในอดีต ต่างใช้ม้าเป็นพาหนะสำคัญ....

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์


ถามคุณครู "ชูชาติ วารปรีดี" ประธานชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ว่าเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาเลี้ยงม้าเกือบ 100 ตัวอย่างในทุกวันนี้ คุณครูตอบว่า เรื่องต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2530 "โอ๊ะ...โอ๊ะ เรื่องต้องเริ่มเมื่อพันปีก่อน" โอ้โห..เรื่องมีมาเกือบร้อยปีพันปี เป็นไปได้อย่างไร เป็นได้สิ ม้ามีบุญคุณกับคนไทยมานานนักหนา สงครามทัพไหนๆ ในอดีต ต่างใช้ม้าเป็นพาหนะสำคัญ ม้าคนออกศึกเคียงคู่ ควรแล้วหรือที่จะทิ้งขว้างม้าพันธุ์พื้นบ้านของไทยเหมือนในปัจจุบัน

เรื่องของคนรักม้า (ม้าก็รักคน)

โอ้ว่าดวงชะตาของม้าแกลบ

คุณครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านด่าน อ.โขงเจียม เมื่อ 20 ปีก่อนได้เริ่มเก็บม้ามาเลี้ยง ช่วงนั้นรถยนต์เริ่มเข้ามา ม้าพื้นบ้านจึงหมดความสำคัญ ที่แหล่งค้าวัวค้าควาย "สนามห้วยฝ้าย" อ.ตระการพืชผล นอกจากวัวควายแล้วตอนนั้นก็มีม้าด้วย ม้ามากมายเป็นร้อยๆ รอตระเวน อยู่กลางลาน ต้อนขึ้นรถทีละเยอะๆ เจ้าของรถมาจากปทุมธานี บอกซื้อเอาไปฆ่า!

ส่วนใหญ่ฆ่าเอาเนื้อ ทำลูกชิ้นบ้างอะไรบ้าง คุณครูสะท้อนใจ คิดขึ้นว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ตัดสินใจซื้อม้ามาตัวหนึ่ง ตั้งชื่อว่าแตงอ่อน แตงอ่อนจากไปนานแล้วด้วยอายุขัย สิ่งที่ทิ้งไว้คือองค์ความรู้ ม้าแกลบตัวเล็ก แต่จิตใจดี แข็งแรง ทนทาน และรู้หรือเปล่าม้ามีอะไรหลายอย่างคล้ายคน ทั้งนิสัยใจคอการแสดงออก ตัวนี้ดื้อ ตัวนั้นมึน (!?!) ตัวโน้นขี้ขลาดตาขาว เห็นหมอถือเข็มเดินมา ร้องว้าก...ว้าก...ว้าก ตาเหลือกตาปลิ้น มือตีนถีบถองไปมาทำนองว่า หนูไม่เอ๊า...หนูไม่อ๊าววววว

จากตัวแรกก็เพาะขยายพันธุ์มาเรื่อย กับซื้อเก็บทีละตัว 2 ตัว จนมีม้ากว่า 90 ตัวในวันนี้ จัดตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน อ.สิรินธร ตั้งอยู่บริเวณหนองชาด ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ไป 90 กิโลเมตร ม้าส่วนหนึ่งเป็นม้าเพื่อการเรียนรู้และท่องเที่ยว คนชอบเช่าขี่เข้าไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อีกส่วนหนึ่งใช้เป็นอาชาบำบัด บำบัดเด็กพิเศษกลุ่มออทิสติก สมาธิสั้น และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน

ปี 2551 คุณครูลง มากรุงเทพฯ เพื่อเข้า อบรมอาชาบำบัด (Mrs Elke Krupka Horse Theropy's Horse Trainner) ที่โกลเด้นฮอร์ส ถนนกรุงเทพกรีฑา ผู้ฝึกสอน เป็นผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีชื่อมิสซิส เอลเก้ เรียนรู้จนมั่นใจ จึงกลับไปเปิดอาชาบำบัดที่อุบลฯ ปรากฏว่าคึกคักมาก คึกทั้งคนและคึกทั้งม้า ผู้คนสนใจทั้งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

"อาชาบำบัดของเราไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง หากแต่เป็นกิจกรรมทำเพื่อสังคม ที่นี่ไม่มีชั่วโมงให้ซื้อ ใครมีก็บริจาคช่วยเลี้ยงม้า แต่ถ้าไม่มี เราไม่เก็บเงิน" คุณครูเล่า

คุณครูเล่าว่า ม้าบำบัดต้องเตี้ย เป็นมิตร ไม่ตื่นง่าย เด็กแต่ละรายก็เหมาะ กับม้าแต่ละตัว เด็กกล้ามเนื้ออ่อนแรง เหมาะกับม้าใจเย็น ค่อยๆ ย่าง ส่วนเด็กออทิสติกต้องใช้ม้าเดินเร็ว เพื่อให้เด็กมุ่งยึดจับม้า สำคัญคือคนจูงต้องมีความรู้ นอกจากนี้ก็ใช้เกมและกิจกรรมช่วย เด็กส่วนใหญ่พัฒนาการดีขึ้น

เมื่อกิจกรรมอาชาบำบัดประสบความสำเร็จ คุณครูตัดสินใจเปิดสาขา "บ้านม.ม้า" ขึ้นที่ในเมือง เพื่อให้บริการที่กว้างขวางออกไป ม้ามี 7 ตัวคือแอ๊บแบ๊ว จีเนียส แดง ทองแดง ลูกตาล เจนเทิล และอาลีบาบา เจ้าหน้าที่ที่น่ารักมากดูแลอยู่ "สิรินทร์ นิ่มรัตนสิงห์" หรือจักจั่น น้องอายุเพียง 28 ปี แต่บริหารจัดการม้าคนปนกันอย่างสุดความสามารถ บ้านม.ม้าอยู่ในตัวเมือง การดูแลม้าจึงค่อนข้างแตกต่าง แต่หลักใหญ่ใจความแล้วเหมือนกัน นั่นคือความรัก เมตตาอาทร ที่คนมีต่อม้า และม้ามีต่อคน

เรื่องของคนรักม้า (ม้าก็รักคน)

ไม่ไปจากบ้านม.ม้า

"อยู่บ้านม.ม้ามา 7 ปี ไปไหนไม่รอดแล้วค่ะ มีชีวิตที่ต้องดูแลเยอะ ทั้งชีวิตม้า ชีวิตคนงาน และชีวิตเด็กที่บำบัด ความผูกพันที่พันผูกเราไว้ที่นี่ ขณะเดียวกันก็เป็นความสุขด้วย" จักจั่นเล่า

น้องเป็นคนอุบลฯ รักชอบม้ามาก่อน จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ที่กรุงเทพฯ แล้วกลับมาต่อโทที่อุบลฯ คิดว่าน่าจะเลี้ยงม้าไปได้พร้อมกัน จึงเข้าไปคุยกับครูขอช่วยเลี้ยงม้า ตอนนั้นม้าผอมโกรก ชมรมฯ แทบไม่มีเงินดูแลม้าเลย ช่วยกันคิดโครงการหาเงินเลี้ยงม้า "I'm Hungry" ทำเสื้อยืดสกรีนลายม้า บอกผู้คนว่าม้าหิวมาก

ขายเสื้อผ่านเว็บไซต์ ได้เงินมา 6-7 แสนบาท นำมาดูแลม้าให้ดีขึ้น อิ่มขึ้น สร้างคอกสร้างบ้านพัก (สำหรับครอบครัวเด็กพิเศษมาพักช่วงการบำบัด) หากรายรับยังติดลบ "เรามีรายจ่ายประจำค่าคนงาน 6,000 บาท และค่าอาหารม้าตกเดือนละกว่าหมื่น เราติดลบทุกเดือน เดือนละหลายๆ" จักจั่นเล่า คนอุบลฯ ไม่ให้ความสำคัญกับม้านัก คนใช้บริการส่วนใหญ่มาจากต่างถิ่น ขณะที่คนรอบข้างไม่ดูไม่แล น้องบอกตรงๆ ว่าท้อเหมือนกัน

เรื่องของคนรักม้า (ม้าก็รักคน)

คำขอบคุณ...ฮี้ ฮี้

ทำไมถึงต้องม้าบำบัด น้องจักจั่นซึ่งเทกคอร์สอาชาบำบัดด้วยเล่าว่า ม้าบำบัดคนได้ เพราะจังหวะการเดินใกล้เคียงกับคน จังหวะของม้าเหมือนจังหวะตอนที่เด็กอยู่ในท้อง กระตุ้นสมาธิและสมดุลร่างกาย ส่วนที่คนขาดหาย ม้าเติมเต็มให้ การตกม้ามีไหม...มีบ้าง แต่ไม่อันตรายเพราะที่นี่เป็นสนามบำบัดมาตรฐาน ทรายหนา 10 ซม. กว้างยาว 20 คูณ 40 เมตร

กำชับว่าอยากขอบคุณผู้มีพระคุณ ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ส่งเงินมาสมทบ ได้นำมาสร้างเป็นรั้วที่แข็งแรงขึ้น ได้แก่ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, มานิจ โมฬีชาติ, ชัยรัตน์ เมฆสุกรีย์, วิกรม อัยศิริ และ พงศ์พยัคฆ์ เสถียรปกิรณกร "ขอบพระคุณทุกท่านผ่านโพสต์ทูเดย์ด้วยค่ะ จากจักจั่นและม้าทุกตัวที่นี่"

สุดท้ายคือคำเชิญชวน อยากให้มาเที่ยว อยากให้มาพบเหลืองใหญ่ เด็กคนไหนอาการหนัก ต้องเอามาให้เหลืองใหญ่ เหลืองใหญ่คือความสงบนิ่ง ดอกบัวกลาง บึงลึกที่เป็นมิตรยิ่ง บอกเดินนะ เหลืองก็เดินและเดินแบบดูจังหวะเด็กด้วย นอกจากเหลืองแล้วยังมีเขียวจรวด พอเพียง ออมสิน บิวตี้ และเจ้าแซม-ม้าขาวสุดเท่

"อยากให้ม้าอยู่ได้ในแผ่นดินไทย ม้ารักษาบ้านเมืองเรามานาน อย่างน้อย ขอพื้นที่ให้เขาได้เหยียบย่ำ ได้ดีแล้วอย่า ลืมพระคุณ ทิ้งม้าให้อยู่ลำบาก" คุณครู ตบท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ