
คลัง จับตาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน หวั่นน้ำมันพุ่ง ชี้สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ยังไม่ทบทวน GDP
สศค.เกาะติดความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด ชี้สถานการณ์เปลี่ยนเร็วและผันผวนสูง จับตาผลกระทบราคาน้ำมัน ย้ำยังเร็วเกินไปที่จะทบทวนประมาณการจีดีพีหรือออกมาตรการเพิ่มเติม
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเฝ้าติดตามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความผันผวนสูง
- แสดงความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจไทยโดยรวม
- ยังไม่มีการพิจารณาทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ (GDP) ในขณะนี้ เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงว่า ขณะนี้ สศค.กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ทั้งนี้ สศค.ให้ความสำคัญกับการประเมินว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องนานเพียงใด และผลกระทบจะขยายวงกว้างมากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อทั้งต้นทุนการผลิต ภาคขนส่ง เงินเฟ้อ และภาพรวมเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นายวินิจ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ หรือพิจารณาทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงต้องติดตามพัฒนาการของเหตุการณ์เป็นระยะก่อน ทั้งนี้ สศค. พร้อมประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรอบด้าน ก่อนพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจหรือออกมาตรการเพิ่มเติมในระยะต่อไปหรือไม่
"สศค.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง มองว่าขณะนี้สถานการณ์ยังมีความผันผวน จึงต้องดูว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นนานแค่ไหน และจะกระทบเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด ส่วนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องทบทวนประมาณการจีดีพีหรือไม่นั้น ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความรุนแรง" นายวินิจ กล่าว
สำหรับความคืบหน้าการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ โดยมีสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาโครงการ
สำหรับประมาณการเศรษฐกิจ ของกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 1.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.5% และเงินเฟ้อพื้นฐาน 0.8% โดยยังประเมินว่าเศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศ แม้ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์







