posttoday
ROH กำเงิน 5.7 พันล้านพร้อมซื้อคืน "รอยัล ออคิด เชอราตัน" ชี้ดีลสะดุดแค่วิธีจ่ายเงิน ไม่ใช่ไม่มีเงิน!

ROH กำเงิน 5.7 พันล้านพร้อมซื้อคืน "รอยัล ออคิด เชอราตัน" ชี้ดีลสะดุดแค่วิธีจ่ายเงิน ไม่ใช่ไม่มีเงิน!

15 กรกฎาคม 2569

ROH ยืนยันไม่มีปัญหาสภาพคล่องและไม่ทิ้งโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ หลังได้รับวงเงินกว่า 5,600 ล้านบาทจากกองทุน OCP Asia ย้ำเหตุดีลซื้อคืนยังไม่ปิด ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นความเห็นต่างเรื่องขั้นตอนการชำระเงิน พร้อมประกาศเดินหน้าเจรจา หวังปิดดีลภายในกรอบเวลา 30 วัน

KEY

POINTS

  • ROH ยืนยันไม่มีปัญหาสภาพคล่องและไม่ทิ้งโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์
  • หลังได้รับวงเงินกว่า 5,600 ล้านบาทจากกองทุน OCP Asia ย้ำเหตุดีลซื้อคืนยังไม่ปิด ไม่ใช่เรื่องเงิน
  • แต่เป็นความเห็นต่างเรื่องขั้นตอนการชำระเงิน พร้อมประกาศเดินหน้าเจรจา หวังปิดดีลภายในกรอบเวลา 30 วัน

ปมการซื้อคืน โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาที่สุดของตลาดทุนไทย หลังเกิดคำถามว่าเหตุใดดีลมูลค่ากว่า 4,800 ล้านบาท จึงไม่สามารถปิดได้ตามกำหนดเดิม

จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยว่า ROH กำลังประสบปัญหาด้านเงินทุน ? หรืออาจต้องล้มเลิกการซื้อทรัพย์สินกลับคืนหรือไม่ ?

ล่าสุด นายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH เปิดเผยว่า บริษัทยังคงมีนโยบายชัดเจนในการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และไม่ได้มีความคิดที่จะทิ้งทรัพย์สินเนื่องจากปัญหาขาดแคลนเงินทุนอย่างที่หลายคนเป็นกังวลกันแต่อย่างใด

เนื่องด้วยปัจจุบัน ROH มีความพร้อมด้านเงินทุนอย่างเต็มที่จากการสนับสนุนของกองทุน OCP Asia ซึ่งเป็นจัดการลงทุนในสิงคโปร์ที่เน้นการปล่อยสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) จากประเทศสิงคโปร์ที่ได้อนุมัติวงเงินและการทำข้อตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้ว

วงเงินดังกล่าวมีมูลค่ารวม 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,600 - 5,700 ล้านบาท ซึ่งได้จัดเตรียมไว้สำหรับการซื้อคืนทรัพย์สิน รวมถึงแบ่งส่วนหนึ่งประมาณ 500 ล้านบาท ไว้เพื่อการปรับปรุงโรงแรมและใช้หมุนเวียนในส่วนอื่นๆ

สำหรับสาเหตุของความล่าช้าที่เกิดขึ้นจนไม่สามารถทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นได้ตามกำหนดเดิมนั้น เกิดจากปัญหาในขั้นตอนของรูปแบบการชำระเงินระหว่างบริษัทกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC

ทาง บลจ.เอ็มเอฟซี ได้ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ให้ทาง ROH ดำเนินการชำระเงินผ่านระบบบาทเนตไปให้ก่อน จากนั้นทางกองทุนจึงจะนำเงินดังกล่าวไปดำเนินการเบิกโฉนดและทำขั้นตอนอื่นๆ เพื่อนำมาส่งมอบให้ภายหลัง

กระบวนการดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนฝ่าย ROH ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการโอนเงินออกไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับมอบทรัพย์สินในทันที

ด้านเงื่อนไขสัญญาเดิมที่ทำไว้เมื่อ 5 ปีก่อน ระบุชัดเจนว่า การทำธุรกรรมจะต้องเกิดขึ้นในลักษณะที่เรียกว่า Same Time หรือ การดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินกับโฉนดในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีที่สร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่ายและเป็นขั้นตอนการซื้อขายตามปกติที่มักดำเนินการ ณ กรมที่ดิน

ตามที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ได้ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการกำหนดกรอบระยะเวลาเพื่อหาข้อยุติในความขัดแย้งด้านขั้นตอนการชำระเงินนี้ให้จบสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ลงในหนังสือแจ้งถึง ROH แสดงให้เห็นว่ายังมีเวลาในการเจรจาและการดำเนินการต่างๆ จะทำได้ทัน

หากการเลื่อนโอนกรรมสิทธิ์ต้องล่าช้าจากกำหนดเดิมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ทาง ROH ยินดีที่จะจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับทางกองทุนตามความเหมาะสมจากการเสียประโยชน์ในระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี การเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการดำเนินการฟ้องร้องหรือใช้กระบวนการทางศาลที่จะทำให้เสียเวลาและสร้างความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยของทั้งสองฝ่าย

ดังนั้นในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของบริหารจัดการและจัดเตรียมโอนเงินเข้าประเทศเพื่อนำมาจ่ายตามข้อตกลง ซึ่งต้องการเพียงการจัดการเวลาและรูปแบบการชำระเงินให้ตรงกันเท่านั้น.

ข่าวล่าสุด

หลักฐานมัดแน่น “สรณ” รับค่าจ้างหมอ ขาดคุณสมบัติ ประธานกสทช.

หลักฐานมัดแน่น “สรณ” รับค่าจ้างหมอ ขาดคุณสมบัติ ประธานกสทช.