posttoday
คลัง นัดถกบอร์ดเงินกู้ 4 แสนล้านสัปดาห์นี้ จ่อเคาะแผนคมนาคม 2.4 หมื่นล้าน

คลัง นัดถกบอร์ดเงินกู้ 4 แสนล้านสัปดาห์นี้ จ่อเคาะแผนคมนาคม 2.4 หมื่นล้าน

13 กรกฎาคม 2569

“ลวรณ” เตรียมประชุมบอร์ดกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้าน พิจารณาข้อเสนอคมนาคม 2.4 หมื่นล้าน เยียวยาผู้ประกอบการ พร้อมแผนเปลี่ยนรถสาธารณะสู่ EV

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะประชุมภายในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณาข้อเสนอโครงการจากหน่วยงานต่างๆ
  • เตรียมพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม วงเงินประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก
  • การพิจารณาโครงการจะเน้นความโปร่งใส สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. และสร้างประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่การจัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศว่า ได้หารือกับปลัดกระทรวงการคลังถึงแนวทางบูรณาการเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือรายละเอียดวงเงินสินเชื่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขณะที่กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างหารือร่วมกับการไฟฟ้าเพื่อจัดทำรายละเอียดโครงการ

“ปัจจุบันมีมาตรการลดหย่อนภาษีจากการติดโซล่าร์รูฟท็อปของกรมสรรพากรอยู่ แต่ประชาชนอาจจะยังเข้าไม่ถึง จึงเห็นว่าต้องมีกระบวนการบูรณาการผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งโครงการเหล่านี้ทั้งธนาคารออมสิน และ ธอส. ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้นก็อาจจะต้องมาดูเพิ่มเติมว่าจะสามารถใช้ พ.ร.ก. เงินกู้เข้ามาเสริมได้แค่ไหน โดยเฉพาะการสนับสนุนประชาชนผู้มีรายได้น้อย” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนภาคประชาชนแล้ว จะหารือร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศเกิดขึ้นอย่างครบวงจร

สำหรับภาคขนส่ง กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล B20 ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสนับสนุนภาคเกษตร เนื่องจากมีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการซื้อรถกระบะที่ใช้น้ำมัน B20 เนื่องจากเป็นกลุ่มยานพาหนะที่มีการใช้งานด้านการขนส่งจำนวนมาก

สำหรับกระบวนการพิจารณาโครงการในส่วนที่ 2 ของ พ.ร.ก. กู้เงิน จะมีคณะอนุกรรมการที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการในรอบแรก ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิจารณาในรอบถัดไป โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนภาคเอกชนร่วมพิจารณา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
 

“อยากบอกว่าทุกฝ่ายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาโครงการที่จะมาใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนที่ 2 เพราะรัฐบาลเน้นย้ำอยู่เสมอว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องความโปร่งใส และทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศมากที่สุด” นายเอกนิติ กล่าว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 จะประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้วงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท

"ที่ประชุมจะพิจารณาข้อเสนอของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงโครงการของกระทรวงคมนาคม ซึ่งหลักการสำคัญคือ ทุกโครงการต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. มีความพร้อมในการดำเนินงาน โปร่งใส และสามารถสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้จริง การพิจารณาโครงการจะไม่ใช่ มือใครยาวสาวได้สาวก่อน หรือ มาก่อนได้ก่อน แต่ทุกโครงการต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. มีความรอบคอบ โปร่งใส และต้องมั่นใจว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้จริง" นายลวรณ กล่าว

สำหรับโครงการที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในครั้งนี้ เป็นข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมภายใต้แผนงานที่ 1 เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณประมาณ 24,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้ใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ "กองทุนเลขสวย" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้ว แต่ปัจจุบันวงเงินไม่เพียงพอ จึงเสนอขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากเงินกู้ตาม พ.ร.ก.

"วงเงินที่เหลือในแผนงานที่ 1 มีโครงการเสนอเข้ามาเพิ่ม ที่เห็นตอนนี้เป็นของกระทรวงคมนาคม ซึ่งใช้เงินของตัวเองอุดหนุนผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกในรอบแรกไปแล้ว แต่เงินไม่เพียงพอ จึงขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากเงิน พ.ร.ก. ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์" นายลวรณ กล่าว

ส่วนแผนงานที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานเสนอรายละเอียดโครงการเข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่คณะกรรมการจะให้ความสำคัญกับโครงการที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคขนส่ง โดยเฉพาะการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงและวิ่งต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

โดยเป้าหมายเบื้องต้นครอบคลุมรถสาธารณะ 7 กลุ่ม ได้แก่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถโดยสารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก และรถปิกอัพ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือจะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับรถแต่ละประเภท ทั้งรูปแบบเงินสนับสนุน สินเชื่อ หรือมาตรการจูงใจอื่น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานไฟฟ้าได้จริง

"แผนงานที่ 2 หากหน่วยงานมีความพร้อมก็สามารถเสนอเข้ามาได้ คณะกรรมการจะให้ความสำคัญกับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะรถสาธารณะทั้ง 7 กลุ่มตามข้างต้น เพราะเป็นรถที่วิ่งตลอดทั้งวัน แต่ละประเภทรถคงต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า" นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ ย้ำว่า การพิจารณาโครงการจะยึดหลักความคุ้มค่าและความพร้อมในการดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงมีวงเงินกู้แล้วเปิดให้ทุกโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุน โดยรัฐบาลจะใช้หลัก "ผ่านเท่าไหร่ กู้เท่านั้น" เพื่อไม่ให้เกิดการกู้เงินมากองไว้โดยไม่มีโครงการรองรับ

"กรอบของ พ.ร.ก. กู้เงิน กำหนดให้กระทรวงการคลังต้องลงนามในสัญญากู้เงิน หรือออกตราสารหนี้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ดังนั้นการพิจารณาโครงการจะต้องดูความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ใช่อนุมัติโครงการแล้วไม่สามารถดำเนินการได้" นายลวรณ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

กรมบัญชีกลางรื้อสวัสดิการคุมค่ารักษาข้าราชการ หลังงบพุ่ง 9 หมื่นล. จ่อชง ครม.ใน 1 เดือน

กรมบัญชีกลางรื้อสวัสดิการคุมค่ารักษาข้าราชการ หลังงบพุ่ง 9 หมื่นล. จ่อชง ครม.ใน 1 เดือน