posttoday
คลังชง ครม.14 ก.ค. ปลดล็อกบัตรสวัสดิการฯ ยกเลิกเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่-หนี้เกษตรกร

คลังชง ครม.14 ก.ค. ปลดล็อกบัตรสวัสดิการฯ ยกเลิกเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่-หนี้เกษตรกร

09 กรกฎาคม 2569

โฆษกคลังเผย เตรียม ชง ครม. ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ยกเลิกหักลดหย่อยภาษีพ่อแม่-ไม่นับหนี้เกษตรรวมไม่เกิน 1 แสน หวังช่วยผู้เดือดร้อนเข้าถึงสิทธิ พร้อมประกาศผล 17 ก.ค.นี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 14 ก.ค. เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ยกเลิกเกณฑ์การตัดสิทธิผู้สูงอายุ กรณีที่บุตรนำข้อมูลไปใช้ลดหย่อนภาษี
  • จะไม่นำหนี้สินในภาคการเกษตรมารวมคำนวณในเกณฑ์หนี้สินรวม

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์บางประการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น และช่วยให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนจริงสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

สำหรับการเสนอ ครม. ครั้งนี้ จะมีการขอปรับหลักเกณฑ์สำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ไม่นำกรณีบุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดามาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิผู้สูงอายุ
และ 2.ไม่นำหนี้สินภาคการเกษตรมารวมคำนวณในเกณฑ์หนี้สินรวมไม่เกิน 100,000 บาท
 

สำหรับเกณฑ์ด้านภาษี จะเสนอให้ ไม่นำกรณีที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา มาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าผู้สูงอายุบางรายอาจได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขดังกล่าว แม้จะเป็นผู้มีรายได้น้อยและยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เพราะการที่บุตรนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่ได้สะท้อนว่าผู้สูงอายุมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น หรือได้รับการดูแลด้านรายได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีในส่วนของ คู่สมรสและบุตรยังคงใช้ตามเดิม โดยการปรับครั้งนี้จะยกเว้นเฉพาะกรณี บิดามารดา เท่านั้น

ส่วนเกณฑ์ด้านภาระหนี้สิน เตรียมเสนอให้ ไม่นำวงเงินสินเชื่อภาคการเกษตรมารวมในการคำนวณหนี้สินรวม ซึ่งเดิมกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท

โดยหนี้สินภาคการเกษตรมีลักษณะเฉพาะ แตกต่างจากหนี้สินทั่วไป เนื่องจากเกษตรกรบางรายอาจมีวงเงินหนี้สูงกว่า 100,000 บาท จากต้นทุนการผลิต การลงทุนทางการเกษตร รวมถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อผลผลิต

"หากนำหนี้ภาคการเกษตรมารวมคำนวณในเกณฑ์หนี้สิน อาจทำให้เกษตรกรที่มีความเปราะบางและสมควรได้รับความช่วยเหลือหลุดออกจากระบบ การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอ โดยมีเป้าหมายให้การพิจารณาสะท้อนสถานการณ์ความเป็นจริงของประชาชนมากขึ้น"

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ รัฐบาลปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ค้นหาประชาชนกลุ่มเปราะบางที่มีความเดือดร้อน แต่ไม่สามารถเข้ามาลงทะเบียนด้วยตัวเองได้

จากการดำเนินงาน พบว่าปัจจุบันมีรายชื่อเข้าสู่ระบบคัดกรองเบื้องต้นประมาณ 19 ล้านราย แบ่งเป็น ผู้มีสิทธิเดิมประมาณ 13.18 ล้านราย และกลุ่มที่ได้รับการค้นหาเพิ่มเติมจากการทำงานเชิงรุกประมาณ 5.4 ล้านราย

สำหรับกำหนดการดำเนินงาน หลังจากนำหลักเกณฑ์เข้าสู่ ครม. ในวันที่ 14 กรกฎาคมแล้ว กระทรวงการคลังจะนำหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติไปดำเนินการคัดกรอง และเตรียมประกาศผลผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

“หลังจาก ครม. พิจารณาและอนุมัติหลักเกณฑ์แล้ว กระทรวงการคลังจะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปดำเนินการคัดกรอง โดยจะมีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบว่าไม่ผ่านในเงื่อนไขหรือเกณฑ์ข้อใด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจน และทางการจะเปิดช่องทางให้สามารถดำเนินการขอทบทวนสิทธิได้ตามขั้นตอนที่กำหนด”

ส่วนประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่านผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นระยะเวลา 4 เดือน

"กลุ่มดังกล่าวไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ โดยเมื่อระบบพร้อมใช้งาน ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ได้เลย แต่มาตรการดังกล่าวยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการพิจารณาหลักเกณฑ์ รายละเอียดโครงการ และการจัดสรรงบประมาณ หลังจากได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอน ส่วนเรื่องงบประมาณ กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะร่วมกันบริหารจัดการให้เหมาะสม” 

ข่าวล่าสุด

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล