
เอกนิติ เผยถกคัดกรองบัตรสวัสดิการพรุ่งนี้ ดึงคนจนจริงเข้าระบบ ก่อนชงครม.ไฟเขียว
เอกนิติ เผย 3 ก.ค. ถกคณะกรรมการบัตรสวัสดิการฯ พิจารณาคัดกรองผู้มีสิทธิปี 2569 ก่อนเสนอ ครม. ด้าน สศค. ย้ำเป้าหมายดึงคนจนจริงเข้าระบบ ดูแลผู้มีสิทธิเดิมช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ตัดสิทธิเพื่อประหยัดงบประมาณ
KEY
POINTS
- คณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะประชุมในวันที่ 3 ก.ค. 69 เพื่อพิจารณาผลการคัดกรองผู้มีสิทธิในโครงการ
- การทบทวนสิทธิครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่เดือดร้อนจริงให้เข้าถึงระบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ตกหล่น
- หลังการประชุมจะสรุปข้อมูลเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิอย่างเป็นทางการ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงเย็นในวันพรุ่งนี้ 3 กรกฎาคม 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม หรือบอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพิจารณาผลการคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนสรุปข้อมูลเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองและมีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิให้ครบถ้วน โดยการประชุมคณะกรรมการในวันพรุ่งนี้จะเป็นการพิจารณารายละเอียดทั้งหมดในภาพรวม ก่อนสรุปผลและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป พร้อมย้ำว่ากระทรวงการคลังต้องการให้ข้อมูลทุกด้านมีความถูกต้องและครบถ้วนก่อนเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการ
นายวินิจ กล่าวย้ำว่า การทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิใหม่ให้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยไม่ได้ยึดลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ หรือใช้การตัดสิทธิเป็นเครื่องมือในการประหยัดงบประมาณ
"เราไม่ได้เน้นว่าจะต้องตัดคนออก แต่ต้องการดึงคนที่เดือดร้อนจริงๆเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มตกหล่นในอดีตเพราะที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนว่าคนที่ลำบากจริงจำนวนหนึ่งยังเข้าไม่ถึงโครงการ พร้อมตรวจสอบข้อมูลของผู้มีสิทธิเดิมควบคู่กัน เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด ดังนั้น การทบทวนครั้งนี้จึงมุ่งให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างแท้จริง โดยไม่ให้ยึดลดจำนวนคน หรือประหยัดงบประมาณอย่างที่เข้าใจกัน"
ทั้งนี้ หากพบว่ามีประชาชนที่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือมากกว่าที่คาดไว้ กระทรวงการคลังพร้อมจัดหาแหล่งงบประมาณเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายสำคัญคือการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง
นายวินิจ กล่าวว่า การพิจารณาผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเดิม 13.18 ล้านคน ต้องคัดกรองใหม่ทั้งหมด 2.กลุ่มตกหล่นจากข้อมูลมหาดไทย ประมาณ 1.04 ล้านคน ต้องตรวจสอบสิทธิและจับคู่ฐานข้อมูล 3.กลุ่มลงทะเบียนใหม่ 5.4 ล้านคน เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อดึง "คนจนจริง" เข้าสู่ระบบ
โดย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบและจับคู่ฐานข้อมูลผู้มีสิทธิเป็นรายบุคคล โดยพบว่าผู้มีรายชื่อบางส่วนเสียชีวิต ย้ายออกจากระบบ หรือแจ้งไม่ประสงค์รับสิทธิ เนื่องจากมีฐานะดีขึ้นและเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรับสวัสดิการของรัฐอีก นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน แม้มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามและตรวจสอบข้อมูลในแต่ละกรณี จึงต้องรอผลการคัดกรองทั้งหมดก่อนสรุปจำนวนผู้มีสิทธิอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ได้รับสิทธิเดิมที่อาจไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบใหม่ กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส "60/40" หรือได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอื่น ซึ่งจะมีการออกแบบระบบให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่ซ้ำซ้อน
“ จากการลงพื้นที่และการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขสุดท้ายได้ เพราะต้องรอผลการคัดกรองทั้งหมด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กำชับให้การทบทวนครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงเป็นสำคัญ
ส่วนกรณีผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสบางส่วน ไม่ได้ใช้วงเงินช่วยเหลือของรัฐในเดือนแรก เงินดังกล่าวจะไม่สูญหายหรือถูกตัดสิทธิ แต่จะกลับคืนเข้าสู่ระบบงบประมาณของรัฐ เพื่อนำไปใช้ในโครงการช่วยเหลืออื่น โดยย้ำว่ามาตรการนี้เป็นการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตเป็นเวลา 4 เดือน ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในลักษณะเดียวกับโครงการแจกเงิน
นายวินิจ กล่าวว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการในวันพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังจะสรุปผลการพิจารณาอีกครั้ง ก่อนดำเนินการเสนอเรื่องตามขั้นตอน โดยยังไม่สามารถระบุว่าจะเข้าครม.เมื่อไร พร้อมย้ำว่าการเปิดเผยตัวเลขผู้ได้รับสิทธิและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลมีความครบถ้วนและผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว







