posttoday
ราชกิจจาฯ ประกาศปรับหลักเกณฑ์ จ่ายสินบน-รางวัลคดีศุลกากร ไม่เกิน 5 ล้านบาท

ราชกิจจาฯ ประกาศปรับหลักเกณฑ์ จ่ายสินบน-รางวัลคดีศุลกากร ไม่เกิน 5 ล้านบาท

30 มิถุนายน 2569

ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบกรมศุลกากรฉบับใหม่ กำหนดเพดานการจ่ายเงินสินบนนำจับและเงินรางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ในคดีศุลกากร ไม่เกินประเภทละ 5 ล้านบาทต่อคดี

KEY

POINTS

  • ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบกรมศุลกากรฉบับใหม่ กำหนดเพดานการจ่ายเงินสินบนนำจับ และเงินรางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ในคดีศุลกากร ไม่เกินประเภทละ 5 ล้านบาทต่อคดี
  • ปรับปรุงอัตราการจ่ายเงินสินบนและรางวัล โดยคดีหลีกเลี่ยงข้อห้ามจ่ายรวม 40% ของค่าขายของกลาง (แบ่งเป็นสินบน 20% และรางวัล 20%) ส่วนคดีหลีกเลี่ยงข้อจำกัดจ่ายเป็นเงินรางวัล 20%
  • พร้อมระบุหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์รับเงินรางวัลเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน กำหนดผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลในกรณีเป็นข้าราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่สูงกว่าระดับชำนาญการพิเศษหรือเทียบเท่า

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา 

 

ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 255 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และลงนามโดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569

 

ปรับปรุงเกณ์จ่ายเงินสินบน-รางวัล

ระเบียบดังกล่าวระบุว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายเงินสินบนและรางวัลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และให้ยกเลิกระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560

 

สำหรับการจ่ายเงินสินบนและรางวัลตามมาตรา 255 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กำหนดให้จ่ายในกรณีดังต่อไปนี้

 

กรณีความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 244 เฉพาะความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม และมาตรา 256 ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลรวมร้อยละ 40 ของเงินค่าขายของกลาง 

 

โดยแบ่งเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 และเงินรางวัลร้อยละ 20 

 

แต่หากไม่มีการริบของกลางหรือของกลางไม่สามารถจำหน่ายได้ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับแทน

 

กรณีความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 243 และมาตรา 244 เฉพาะความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 ของเงินค่าขายของกลาง 

 

แต่หากไม่มีการริบของกลางหรือของกลางไม่สามารถจำหน่ายได้ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับ

 

ส่วนกรณีที่มีการตรวจเก็บอากรขาด และเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรตรวจพบจนเป็นผลให้สามารถเรียกเก็บอากรเพิ่มเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละ 10 ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

 

กำหนดเพดานจ่ายเงินสินบน-รางวัล ไม่เกินคดีละ 5 ล้าน

 

ระเบียบกำหนดเพดานการจ่ายเงินสินบนและรางวัล โดยเงินสินบนตามกรณีความผิดมาตรา 242 มาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม และมาตรา 256 จ่ายได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท และเงินรางวัลจ่ายได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท ขณะที่เงินรางวัลกรณีความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 243 และมาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด จ่ายได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท

 

ส่วนเงินรางวัลกรณีตรวจพบการจัดเก็บอากรขาด จ่ายได้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อการตรวจพบ

 

ในส่วนของการนับจำนวนคดีเพื่อคำนวณการจ่ายเงินสินบนและรางวัล ระเบียบกำหนดว่า การตรวจพบโดยการเข้าตรวจค้นหรือเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ หรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการ ครั้งหนึ่งต่อผู้ประกอบการหนึ่งราย ให้ถือเป็นหนึ่งคดี

 

ส่วนการตรวจพบในกรณีอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จับกุมหรือตรวจสอบผู้ประกอบการครั้งหนึ่งต่อหนึ่งราย ให้ถือเป็นหนึ่งคดีเช่นกัน

 

สำหรับการจ่ายเงินรางวัลกรณีตรวจพบการเก็บอากรขาด ให้จ่ายเฉพาะการตรวจเก็บอากรขาดโดยเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรประจำกอง สำนัก หรือสำนักงาน ต่อผู้ประกอบการหนึ่งรายในครั้งหนึ่ง และให้ถือเป็นหนึ่งการตรวจพบ

 

ระเบียบกำหนดให้เงินสินบนตามกรณีความผิดมาตรา 242 มาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม และมาตรา 256 จ่ายแก่ผู้แจ้งความนำจับ โดยผู้แจ้งความนำจับต้องไม่เป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่จับกุมการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรในกรณีนั้น

 

นอกจากนี้ ผู้แจ้งความนำจับต้องแจ้งข้อมูลต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่อย่างชัดแจ้ง และข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นเหตุให้การจับกุมสำเร็จ รวมทั้งความผิดที่เกิดขึ้นต้องไม่เป็นความผิดที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นสามารถตรวจพบได้ตามปกติวิสัย เช่น ความผิดเกี่ยวกับการตรวจปล่อยของหรือการตรวจของผู้โดยสาร

 

ในกรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับหลายรายและนำไปสู่การจับกุม อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจแบ่งเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับแต่ละรายตามที่เห็นสมควร และหากมีบุคคลหลายคนอ้างเป็นผู้แจ้งความนำจับรายเดียวกัน ให้อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่าใครเป็นผู้แจ้งความนำจับที่แท้จริง

 

ระบุการรับเงินรางวัล 3 กลุ่มชัด

สำหรับเงินรางวัลตามกรณีความผิดมาตรา 242 มาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม มาตรา 256 มาตรา 202 มาตรา 243 และมาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ให้จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ 3 กลุ่ม ได้แก่

 

กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมและผู้ตรวจพบความผิด ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจค้น จับกุม ตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก หรือผู้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และมีรายชื่อปรากฏในรายงานการจับกุมหรือรายงานการตรวจพบความผิด ให้ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 60 โดยแบ่งในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน

 

กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมจับกุม ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมดำเนินการก่อนหรือหลังการจับกุมหรือการตรวจพบความผิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ความผิด และดำเนินคดีจนถึงที่สุด ให้ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 30 โดยแบ่งในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน

 

กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือ ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ที่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมหรือการตรวจพบความผิดจนเป็นผลสำเร็จ ให้ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 10 โดยแบ่งในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน

 

ทั้งนี้ ระเบียบกำหนดว่าจะไม่มีการจ่ายเงินรางวัล หากอธิบดีกรมศุลกากรพิจารณาเห็นว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดที่สามารถตรวจพบได้ตามปกติวิสัยอยู่แล้ว เช่น ความผิดเกี่ยวกับการตรวจปล่อยสินค้าหรือการตรวจของผู้โดยสาร

 

ข้าราชการรางวัลนำจับ ตำแหน่งห้ามสูงกว่าระดับชำนาญการพิเศษ

ส่วนเงินรางวัลกรณีการตรวจพบการเก็บอากรขาด ให้จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรและตรวจพบการเก็บอากรขาดภายหลังจากการปล่อยของออกจากอารักขาศุลกากรแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกองหรือสำนักงาน หรือเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการและติดตามเรียกเก็บอากรเพิ่มเติม และต้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ปกติเกี่ยวกับพิธีการนำเข้า ส่งออก การวิเคราะห์สินค้า หรือการตรวจปล่อยของ

 

ระเบียบยังกำหนดว่า ผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลในกรณีเป็นข้าราชการ จะต้องดำรงตำแหน่งไม่สูงกว่าระดับชำนาญการพิเศษหรือเทียบเท่า

 

สำหรับเงินรางวัลในคดีหรือการตรวจพบหนึ่งครั้ง ให้จ่ายได้เพียงกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เว้นแต่กรณีมีการแยกลงโทษตามฐานความผิดต่างกัน สามารถจ่ายตามฐานความผิดแต่ละฐานได้ แต่เงินรางวัลรวมต้องไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท

 

การจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลในคดีความผิดตามกฎหมายศุลกากร จะดำเนินการเมื่อคดีถึงที่สุด และมีการจำหน่ายของกลางหรือมีการชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีการตรวจพบการเก็บอากรขาด จะจ่ายได้เมื่อคดีเป็นที่ยุติ และกรมศุลกากรสามารถเรียกเก็บอากรเพิ่มเติมได้แล้ว โดยเงินอากรดังกล่าวต้องไม่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์หรือการพิจารณาของศาล และต้องมีหลักฐานเป็นที่พอใจของอธิบดีกรมศุลกากร

 

อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจชะลอจ่ายเงินสินบนและรางวัล

นอกจากนี้ อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจชะลอการจ่ายเงินสินบนและรางวัลทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนได้ หากเห็นสมควร

 

ระเบียบยังกำหนดว่า ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนและรางวัลต้องมารับเงินภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มารับภายในกำหนด จะไม่มีการจ่ายเงินดังกล่าว

 

ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามคำพิพากษาของศาล หรือมีการจ่ายตามระเบียบของส่วนราชการอื่นแล้ว จะไม่สามารถจ่ายเงินตามระเบียบฉบับนี้ซ้ำอีกได้

 

ทั้งนี้ อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใดมีสิทธิได้รับเงินรางวัลหรือไม่ รวมถึงวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามระเบียบฉบับนี้

 

สำหรับบทเฉพาะกาล ระเบียบกำหนดว่า การตรวจพบการกระทำความผิดหรือการตรวจพบการเก็บอากรขาดก่อนวันที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ ให้จ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล พ.ศ. 2517

 

ส่วนการตรวจพบการกระทำความผิดหรือการตรวจพบการเก็บอากรขาดตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 จนถึงวันก่อนที่ระเบียบฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้จ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล พ.ศ. 2560 ต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ถกปม HORMUZ SHOCK แก้ วิกฤตปุ๋ยโลก เร่งหาทางออกลดต้นทุน ช่วย เกษตรกร

ถกปม HORMUZ SHOCK แก้ วิกฤตปุ๋ยโลก เร่งหาทางออกลดต้นทุน ช่วย เกษตรกร