posttoday
"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน

"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน

30 มิถุนายน 2569

"พินิจ" ดันแนวคิดปรับใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการบริหารจัดการเชิงรุก มุ่งยกระดับเกษตรกรไทยสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์พิ่มผลผลิต -ความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

30 มิ.ย. 2569 POSTTODAY จัดงานสัมมนา "HORMUZ SHOCK วิกฤตปุ๋ยโลก ทางรอดเกษตรกรไทย" เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบโฮร์มุซต่อภาคเกษตรกรรมไทย พร้อมนำเสนอแนวทาง Smart Farming เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุน เสริมความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว โดยเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน 

 

นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีเสวนา โดยระบุว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีสูงถึงปีละประมาณ 5.5 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นปุ๋ยยูเรียกว่า 2 ล้านตัน เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในช่องแคบโฮร์มุซ การพึ่งพาตนเองของเกษตรกรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

 

โดยได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการทำสวนยางพราและการเป็นประธานโรงน้ำตาลไทยอุดร บ้านผือ ในการนำกากเหลือทิ้งจากโรงงานน้ำตาล (Filter Cake) มาหมักผสมกับมูลโค มูลไก่ และปุ๋ยยูเรีย ร่วมกับน้ำหมักของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนและลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้เป็นจำนวนมาก

"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน

นอกจากนี้ นายพินิจยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรกรไทยสู่การเป็น "สมาร์ทฟาร์มเมอร์" (Smart Farmer) เช่นเดียวกับโมเดลความสำเร็จของประเทศญี่ปุ่น จีน และอิสราเอล ที่มีความมุ่งมั่นและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แม้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างทะเลทรายก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 

ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและปริมาณผลผลิตต่อไร่ในพืชเศรษฐกิจสำคัญเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น

- มันสำปะหลัง : ประเทศไทยมีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 ตันต่อไร่ ขณะที่เป้าหมายที่ควรจะเป็นคือ 10-12 ตันต่อไร่

- อ้อย: ประเทศไทยมีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 11-12 ตันต่อไร่ ขณะที่บราซิลอยู่ที่ 16 ตันต่อไร่ และออสเตรเลียอยู่ที่ 15 ตันต่อไร่ รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องค่าความหวาน (C.C.S.)

- ข้าว: ประเทศไทยมีผลผลิตเฉลี่ยราว 640 ถึง 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ฟิลิปปินส์และเวียดนามตอนใต้อยู่ที่ราว 1,500 กิโลกรัมต่อไร่ และประเทศจีนสามารถทำได้สูงถึง 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ จากการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พันธุ์ข้าวขณะเดียวกัน

"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน

ปัจจุบันพืชเศรษฐกิจประเภททุเรียนกำลังมีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างมากทั้งในไทย เวียดนาม มาเลเซีย สปป.ลาว และจีน ส่งผลให้ความต้องการและปริมาณการใช้ปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ปุ๋ยจึงถือเป็นกุญแจสำคัญ (Key of Success) ต่อพลังการผลิต เช่นเดียวกับเรื่องของสิทธิ์ เมล็ดพันธุ์ และระบบชลประทาน ซึ่งการเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดิน ทั้งปุ๋ยเคมี (N-P-K) ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์เคมี จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและการระบุสัดส่วนของสารอาหารอย่างชัดเจนเพื่อผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ

นายพินิจระบุทิ้งท้ายว่า ภาคการเกษตรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อขนาดเศรษฐกิจ (Economic Scale) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตลอดจนการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งประเทศไทยยังมีศักยภาพและเป็นผู้นำในผลผลิตหลายประเภท เช่น แตงโม และมะระ ทั้งนี้พร้อมให้การสนับสนุนการจัดเวทีเสวนาในลักษณะดังกล่าวต่อไป เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและช่วยให้เกษตรกรไทยหลุดพ้นจากความยากจน 

ข่าวล่าสุด

"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน

"พินิจ" หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่งดันเกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองลดต้นทุน