posttoday
"เดชรัต" เสนอรัฐ-เอกชนดูแลสต๊อกปุ๋ย จี้แก้พ.ร.บ.ดึงนวัตกรรมลดต้นทุนเกษตรกร

"เดชรัต" เสนอรัฐ-เอกชนดูแลสต๊อกปุ๋ย จี้แก้พ.ร.บ.ดึงนวัตกรรมลดต้นทุนเกษตรกร

30 มิถุนายน 2569

"เดชรัต" เสนอรัฐจับมือเอกชนดูแลสต๊อกปุ๋ย เล็งหนุนแก้ พ.ร.บ. รองรับนวัตกรรมใหม่ และสร้างผู้ประกอบการท้องถิ่นยกระดับเกษตรกรรมไทย

30 มิ.ย. 2569 POSTTODAY จัดงานเสวนา"HORMUZ SHOCK วิกฤตปุ๋ยโลก ทางรอดเกษตรกรไทย" เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ต่อภาคเกษตรกรรมไทย และนำเสนอแนวทาง Smart Farming เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุน เสริมความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว โดยเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ

 

นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center ได้แสดงความคิดเห็นในเซสชันเสวนาต่อประเด็นการบริหารจัดการสต๊อกปุ๋ยของประเทศ โดยระบุว่า การจัดการสต๊อกปุ๋ยของภาครัฐมีหลากหลายวิธีและไม่จำเป็นต้องลงไปค้าแข่งหรือแบกรับความเสี่ยงกับภาคเอกชน

 

 ในสภาวะตลาดปกติ สต๊อกของรัฐอาจทำหน้าที่เป็นเพียงที่พักสินค้าเพื่อให้เอกชนนำไปจัดจำหน่ายตามปกติ แต่หากเกิดภาวะวิกฤต รัฐจะสามารถกำหนดราคาสต๊อกล็อตนั้นได้ โดยมีกลไกการประมูลหรือให้สหกรณ์เข้ามาช่วยระบายสินค้า ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการที่รัฐไม่มีสินค้าในมือเลยแล้วเลือกใช้เพียงมาตรการควบคุมราคา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาคเอกชนเช่นกัน 

"เดชรัต" เสนอรัฐ-เอกชนดูแลสต๊อกปุ๋ย จี้แก้พ.ร.บ.ดึงนวัตกรรมลดต้นทุนเกษตรกร

มาตรการลักษณะนี้มีการใช้งานในหลายประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร พร้อมทั้งแสดงความสนับสนุนการเปิดให้เกิดการแข่งขันในตลาดปุ๋ยมากขึ้น ทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และนวัตกรรมปุ๋ยใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน พ.ร.บ.ปุ๋ย ยังไม่มีการบัญญัตินิยามของนวัตกรรมเหล่านี้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการปุ๋ยที่มีคุณภาพ เช่น ปุ๋ยละลายช้า เสียโอกาสในการโฆษณาและสร้างความเชื่อมั่นอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาการโฆษณาเกินจริงในตลาดจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร จึงเห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับปรุง พ.ร.บ.ปุ๋ย ใหม่ร่วมกัน

นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงประวัติศาสตร์ โดยยกกรณีศึกษาในอดีต เช่น ปัญหาการทุจริตและการบริหารจัดการที่ขาดความเชี่ยวชาญขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวมถึงบทเรียนจากการบริหารสต๊อกข้าว เพื่อติติงว่าการให้รัฐเข้ามาแทรกแซงและบริหารสต๊อกโดยตรงอาจนำไปสู่ความเสียหาย หากแต่ควรใช้กลไกการควบคุมที่เข้มแข็งคล้ายกับการบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันของประเทศ ซึ่งตัวน้ำมันและภาระการเก็บสต๊อกอยู่ที่ภาคเอกชน ไม่ใช่ที่คลังของรัฐ

 

 โดยรัฐบาลและภาคเอกชนจำเป็นต้องร่วมกันหารือถึงแนวทางและเครื่องมือการบริหารจัดการที่เหมาะสม เนื่องจากหากให้เอกชนแบกรับภาระการสำรองปุ๋ยเพียงฝ่ายเดียว ต้นทุนของเอกชนจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจุดนี้ภาครัฐอาจต้องเข้ามาพิจารณาให้ความช่วยเหลือ เพราะหากปล่อยให้ระบบดำเนินไปรูปแบบเดิมภายใต้กลไกตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยกำไรและความเสี่ยง ท้ายที่สุดแล้วเกษตรกรจะเป็นผู้รับภาระทั้งหมด 

"เดชรัต" เสนอรัฐ-เอกชนดูแลสต๊อกปุ๋ย จี้แก้พ.ร.บ.ดึงนวัตกรรมลดต้นทุนเกษตรกร

นายเดชรัต ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงประเด็นการพัฒนาที่ดินและดิน โดยระบุว่าปัญหาส่วนหนึ่งคือสังคมมักกล่าวถึงแต่เรื่องปุ๋ย แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องดิน ซึ่งรวมถึงอินทรียวัตถุและพื้นถิ่น ทั้งนี้เมื่อมีความเข้าใจตรงกันว่าต้องดำเนินการทั้งเรื่องดินและปุ๋ยควบคู่กันไป โดยมีปุ๋ยเป็นทางเลือกที่สอดประสานกันได้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดแผนงานและงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ

 

 เนื่องจากปัจจุบันระบบราชการยังเน้นการทำโครงการแบบกระจัดกระจาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด

รัฐบาลควรมีการหารือเพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ระยะเวลาในการเข้าถึงการตรวจวิเคราะห์ค่าดินทั่วประเทศ สัดส่วนการลดใช้สารเคมี การเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการเข้าถึงนวัตกรรมปุ๋ย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้อง ตลอดจนการสนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือต้นทุนเกษตรกรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีตกค้างและการไม่เผาพื้นที่เกษตร

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ปุ๋ย  

 

นายเดชรัต ในฐานะผู้แทนในสภารับที่จะเป็นเจ้าภาพในการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือทิศทางต่อไป โดยชี้ว่าปัจจุบันคณะกรรมการปุ๋ยตามกฎหมายมีหน้าที่เพียงการดูแลเรื่องการขึ้นทะเบียนเท่านั้น แต่ในอนาคตควรปรับบทบาททำหน้าที่เป็นคณะกรรมการนโยบายปุ๋ยที่มีเครื่องมือทางกฎหมายเพิ่มเติมในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย 

 

นอกจากนี้ การพัฒนาภาคเกษตรกรรมในระยะ 10 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในท้องถิ่นเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ร่วมกับรัฐหรือแทนรัฐ เช่น การให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน การจำหน่ายปุ๋ยนวัตกรรมสูง การตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ในพื้นที่เพื่อลดต้นทุนการเดินทาง และการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งกลไกของรัฐผ่าน พ.ร.บ.ปุ๋ย และการจัดสรรงบประมาณ จะต้องปรับเปลี่ยนจากการดำเนินงานแบบกระจายงบประมาณ (เบี้ยหัวแตก) มาเป็นการสร้างตลาดรองรับนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เห็นโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมให้เดินหน้าต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

รมช.คมนาคม สั่งเร่งค้นหาผู้สูญหาย เหตุโป๊ะเรือล่ม ย่านพระสมุทรเจดีย์

รมช.คมนาคม สั่งเร่งค้นหาผู้สูญหาย เหตุโป๊ะเรือล่ม ย่านพระสมุทรเจดีย์