posttoday
"กอบศักดิ์" ประเมินสหรัฐฯ-อิหร่าน วนสู่จุดแตกหัก การทูตเริ่มถึงทางตัน

"กอบศักดิ์" ประเมินสหรัฐฯ-อิหร่าน วนสู่จุดแตกหัก การทูตเริ่มถึงทางตัน

28 มิถุนายน 2569

"ดร.กอบศักดิ์" ประเมินสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน วนสู่จุดแตกหัก เตือนการทูตใกล้ถึงทางตัน หวังทุกฝ่ายเลือกสันติภาพ

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยระบุว่า ความขัดแย้งกำลัง “วนกลับมาถึงจุดเดิม” ซึ่งอาจนำไปสู่การแตกหัก หากทั้งสองฝ่ายยังคงใช้มาตรการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า 

 

“วนกลับมาถึงจุดเดิม … จุดที่จะนำไปสู่การแตกหัก !!!

 

วัดกันว่าใครมียุทธานุภาพมากกว่ากัน ระหว่างสหรัฐที่มีไพ่เรื่องยุทโธปกรณ์ กับอิหร่านที่มียุทธภูมิที่คิดว่าตนเองได้เปรียบ ที่สามารถใช้เรือในช่องแคบ Hormuz เป็นตัวประกัน พ่วงกับประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ที่โครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันเป็นเป้านิ่ง

 

ยิ่งไปกว่านั้น อิหร่านเชื่อว่าสหรัฐไม่อยากเสียหายจากการใช้ทหารบุกเข้ามา ยิ่งใกล้เลือกตั้ง Mid-term ยิ่งทำให้สหรัฐยากที่จะทำอะไรรุนแรง

 

ใน 2-3 วันนี้อิหร่านยิงเรือ Cargo เรือ Tanker บาห์เรน กองทัพเรือสหรัฐ นำไปสู่การตอบโต้ของสหรัฐ ถล่มจุดสำคัญต่างๆ

 

ดร.กอบศักดิ์ ยังอ้างถึงแถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ที่ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การคุกคามเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

 

โดยเป้าหมายประกอบด้วยระบบเฝ้าระวังทางทหาร ระบบสื่อสาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บโดรน และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด พร้อมยืนยันว่าการเดินเรือพาณิชย์ยังคงดำเนินต่อไป และกองกำลังสหรัฐฯ ยังคงพร้อมปฏิบัติการ

 

CENTCOM forces launched strikes today in direct response to continued Iranian aggression against commercial shipping. U.S. military aircraft targeted Iranian military surveillance infrastructure, communication systems, air defense sites, drone storage facilities, and minelayer capabilities.

 

Commercial vessel transits through the Strait of Hormuz continue. U.S. forces remain vigilant, lethal, and ready.

 

"กองกำลัง CENTCOM ได้เปิดฉากโจมตีในวันนี้ เพื่อตอบโต้โดยตรงต่อการรุกรานอย่างต่อเนื่องของอิหร่านต่อเรือพาณิชย์ อากาศยานทางทหารของสหรัฐฯ ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเฝ้าระวังทางทหารของอิหร่าน ระบบสื่อสาร จุดป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บโดรน และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด

 

การเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวัง มีขีดความสามารถในการโจมตีอย่างเด็ดขาด และพร้อมปฏิบัติการเสมอ

 

ทั้งหมด …. ยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

 

พร้อมกันนี้ ยังอ้างถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตือนว่า 

 

United States aircraft just struck Iranian missile and drone storage locations, and coastal radar sites, for violating the Cease Fire Agreement, AGAIN! 

 

It is very possible that they will never learn! 

 

There may come a point when we are no longer able to be reasonable, and will be forced to militarily complete the job that we very successfully started. If that happens, the Islamic Republic of Iran will no longer exist!

 

“เครื่องบินรบของสหรัฐฯ เพิ่งถล่มคลังเก็บขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่ง หลังจากอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อีกครั้ง ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจไม่มีวันเรียนรู้เสียที!

 

อาจมีวันที่เราจะไม่สามารถอดทนหรือใช้ความอดกลั้นได้อีกต่อไป และจะถูกบังคับให้ใช้กำลังทหาร ปิดจ๊อบ ภารกิจที่เราเริ่มต้นไว้และดำเนินการได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าวันนั้นมาถึง สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะไม่เหลืออยู่อีกต่อไป”

 

ส่วนรองประธานาธิบดี Vance หัวหน้าเจรจาบอกว่า

 

Iran signed a ceasefire agreement. We have honored it. If they have disagreements about how the MOU is being applied, they can pick up the phone. 

 

But violence will be met with violence.

 

"อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงแล้ว และฝ่ายเราได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น หากพวกเขามีข้อไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้ MOU ก็สามารถยกหูโทรศัพท์มาพูดคุยกันได้ แต่หากใช้ความรุนแรง จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน"

 

ดร.กอบศักดิ์ ประเมินว่า หากทั้งสองฝ่ายยังคงยืนกรานในจุดยืนของตน และแข่งขันแสดงอำนาจผ่านการควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โอกาสในการใช้การทูตแก้ไขปัญหาจะยิ่งลดน้อยลง ขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนการใช้กำลังจะมีบทบาทมากขึ้น และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อทุกฝ่าย

 

“ถ้าต่างไม่ยอมกัน ต่างถือทิฐิว่าฉันถูก เอาชนะกัน เรื่องการผ่านช่องแคบ ใช้เรือประเทศที่สาม เป็นจุดวัดว่าใครจะสามารถ control ว่าใครถือไพ่เหนือกว่า สุดท้าย ทางออกทางการทูตจะเริ่มหมดหนทาง ทีมที่ต้องการจบแบบสันติภาพ เสียงเบาก็จะลงเรื่อยๆ ให้ทีมที่กระหายสงคราม เข้ายึดครอง กำหนดทิศทาง นำทุกคนไปสู่ทางเดินที่ย่อยยับกันทุกฝ่าย ทั้งอิหร่านและสหรัฐ คงต้องตัดสินใจ ว่าจะเลือกทางไหน”

 

1.กลับมาสู่ข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ กลับสู่โต๊ะเจรจา ควบคุม “กลุ่มเห็นต่าง” ในประเทศของตน ให้อยู่ในกรอบข้อตกลง บวกเงื่อนไขว่า ถ้าใครโจมตี ก็จะมีการโจมตีตอบ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยั้งมือ และพยายามควบคุมฝ่ายของตน ให้ไปสู่สันติภาพ

 

2.เดินหน้าเข้าสู่การประลองพลัง ให้เห็นว่าใครคือคนมีไพ่เหนือกว่าที่แท้จริง ใครคือผู้ชนะ ท่ามกลางซากปรักหักพัง

 

อีกไม่นาน คงถึงจุดตัดสินใจ เพราะฝั่งการทูตได้พยายามกันมา 3 เดือนแล้วการทูตเริ่มอ่อนแรง หมดสภาพ เข้าถึงทางตัน ไม่มีใครเชื่อ ฝั่งใช้กำลัง นั่งดูอยู่ข้างๆ รอที่จะยึดบังเหียน จะเข้าควบคุมดำเนินการ

 

ภาษาของ CENTCOM กองทัพอิสราเอล กองทัพอิหร่าน ตรงกัน ต่างบอกว่า "พร้อม" "เราชนะแน่"

 

"ได้แต่หวังว่า จะมีทางออกที่สันติให้ทุกฝ่าย เพราะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า หากสองฝ่ายตกลงกันได้ เศรษฐกิจพร้อมกลับไปสู่ความปกติ ราคาน้ำมันโลกลงมาต่ำกว่า 70 ดอลล่าร์ต่อบาเรลลงสู่ระดับก่อนสงครามปะทุ น่าเสียดาย  ถ้าเราจะพลาด ทางเดินนี้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ"

ข่าวล่าสุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมตำรวจ 9,589 นาย ดูแลเลือกตั้งกทม.-พัทยา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมตำรวจ 9,589 นาย ดูแลเลือกตั้งกทม.-พัทยา