
ทองลุ้นฟื้นตัว สถิติชี้ 4,000 ดอลลาร์ ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน 10% จ่อเด้งกลับ
YLG ชี้จับตาทอง 4,000 ดอลลาร์ หลังต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน 10% เป็นจุดลุ้นฟื้นตัว ผลสำรวจชี้ธนาคารกลาง 45% เตรียมซื้อทองเพิ่มลดเสี่ยง แนะ DCA รับขาขึ้นระยะยาว
KEY
POINTS
- ราคาทองคำปรับฐานลงมาที่โซน 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA200) ประมาณ 10%
- สถิติตั้งแต่ปี 2014 ชี้ว่าเมื่อราคาทองคำลงมาต่ำกว่าเส้น SMA200 ในระดับนี้ มักจะเป็นจุดที่ราคาเริ่มสร้างฐานและมีโอกาสฟื้นตัว
- แม้ระยะสั้นถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์นี้ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนปรับฐานลงมาโซน 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยปัจจัยหลัก ๆ มาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมาจากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี ณ ราคา 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากหากเทียบกับเส้นค่าเฉลี่ย (SMA) 200 วัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4,474 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์แล้ว พบว่าต่ำกว่าเส้นดังกล่าว 10.6% และจากสถิตินับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน มีอยู่ทั้งหมด 7 ครั้งที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาต่ำกว่าเส้น SMA200 ลึกสุดที่ราว 10% เช่นกัน และราคาจะเริ่มสร้างฐานได้ จนกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง จึงเป็นข้อมูลทางสถิติที่มีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก
ส่วนในระยะยาวทองคำมีโอกาสปรับตัวเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งสภาทองคำโลก (WGC) ระบุข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี พบว่าธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อทองคำเก็บสะสมเฉลี่ยสูงถึง 1,000 ตันต่อปี ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยอยู่แค่ 500 ตันต่อปี การเร่งสะสมทองคำอย่างดุเดือดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง
นอกจากนี้ สภาทองคำโลกยังได้สำรวจความคิดเห็นมีธนาคารกลางทั่วโลกเกี่ยวกับทิศทางความต้องการทองคำหลังจากนี้ ซึ่งมีธนาคารกลางเข้าร่วมตอบแบบสอบถามทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 76 แห่ง โดยมีประเด็นน่าสนใจดังนี้
1. ธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 89% เชื่อว่าปริมาณทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะ "เพิ่มขึ้น" อีกใน 12 เดือนข้างหน้า โดย 45% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถาม ตั้งใจจะ "เพิ่มการซื้อทองคำเข้าคลังของตัวเอง" ส่วนใหญ่ที่เหลือบอกว่าจะถือเท่าเดิม มีแค่ 1% เท่านั้นที่คิดจะลดการถือครอง
2. ทองคำทำผลงานได้ดีในช่วงวิกฤตคือเหตุผลสำคัญในการซื้อเพิ่ม อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต, ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และที่สำคัญคือ ใช้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
3. ธนาคารกลางส่วนใหญ่ 74% มีแผนลดการถือครอง "เงินดอลลาร์สหรัฐ" ในทุนสำรองโลกจะ ลดลงอย่างปานกลางถึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่สัดส่วนของเงินยูโรและเงินหยวนจะเท่าเดิม แต่สัดส่วนการถือครอง "ทองคำจะเพิ่มขึ้น"
จากผลสำรวจนี้ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งยังคงให้น้ำหนักทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ดีสำหรับคำแนะนำนักลงทุนในภาวะที่ทองคำระยะสั้นยังปรับตัวลดลงได้อีก แต่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้นนั้น จึงมองว่าการใช้กลยุทธ์การทยอยซื้อสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ







