
สบน.ลุยระดมทุนสายสีส้ม 7.2 หมื่นล้าน เตรียมออกบอนด์ SLB 3 หมื่นล้าน
สบน.กางแผนระดมทุนปี 2569 วงเงิน 2.6 ล้านล้านบาท ลุยรถไฟฟ้าสายสีส้ม 7.2 หมื่นล้าน พร้อมออก SLB เพิ่ม 3 หมื่นล้าน ย้ำหนี้ยังไม่เกินกรอบ 70%
KEY
POINTS
- สบน. วางแผนระดมทุนปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อบริหารจัดการหนี้และรองรับการใช้จ่ายของภาครัฐ
- แผนดังกล่าวรวมถึงการจัดหาเงินกู้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีวงเงินหนี้ผูกพันประมาณ 72,000 ล้านบาท
- เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond: SLB) รุ่นใหม่ วงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือชดเชยการขาดดุล
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า แผนการระดมทุนในปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินรวม 2.6 ล้านล้านบาท โดยเป็นการบริหารจัดการหนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรองรับความต้องการใช้เงินของภาครัฐ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง และพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน
ในจำนวนดังกล่าว เป็นการกู้ระยะยาวผ่านพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท หรือราวครึ่งหนึ่งของวงเงินทั้งหมด ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นการกู้ระยะสั้นและเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ เพื่อบริหารสภาพคล่องของรัฐ
ทั้งนี้ สบน.ได้พัฒนาเครื่องมือระดมทุนด้านความยั่งยืนต่อเนื่อง จาก ESG Bond ไปสู่ Sustainability-linked Bond (SLB) ซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่ผูกกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยมีตัวชี้วัดกำกับการดำเนินงานร่วมด้วย
ปัจจุบันมีการออก SLB แล้วประมาณ 400,000 ล้านบาท ใช้เป็นเครื่องมือกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลของภาครัฐ โดยมี KPI หลัก 2 เรื่อง คือ การลดการปล่อยคาร์บอน และการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จดทะเบียนในประเทศ
ทั้งนี้ สบน.อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มตัวชี้วัดใหม่ โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ร่วมกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม UNDP และ ADB เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมิน แต่ยังต้องพิจารณาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากมีผลต่อต้นทุนการกู้เงินหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้
“ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 สบน.มีแผนออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond : SLB) รุ่นใหม่วงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่เคยออกไปแล้วประมาณ 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกู้ชดเชยการขาดดุลของภาครัฐ”
ด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สบน.ระบุว่า มีวงเงินหนี้ผูกพันประมาณ 72,000 ล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
ปัจจุบันฝั่งตะวันออกได้ปรับโครงสร้างเป็น Sustainability Bond แล้ว ขณะที่ฝั่งตะวันตกยังอยู่ระหว่างการกู้เงินระยะสั้นในรูปแบบ Term Loan ตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ก่อนจะทยอยปรับไปสู่การระดมทุนระยะยาวในรูปแบบ Sustainability Bond เมื่อโครงการมีความเหมาะสม
นางจินดารัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สบน.บริหารแผนการกู้เงินให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินของรัฐ พร้อมรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ภายใต้กรอบวินัยการคลัง และเพดานหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของ GDP
ทั้งนี้ ระดับหนี้สาธารณะของไทย ณ เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 66.66% ของ GDP ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และยังไม่เกินกรอบเพดานที่กำหนด
“เราพยายามรักษาระดับหนี้ไม่ให้เกินกรอบ โดยการกู้เงินจะพิจารณาทั้งต้นทุนและความเสี่ยงควบคู่กัน ไม่ได้ดูแค่ดอกเบี้ยถูก แต่ต้องดูโครงสร้างหนี้ ระยะเวลาการกู้ และสัดส่วนดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว เพื่อให้พอร์ตหนี้มีเสถียรภาพและรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นางจินดารัตน์กล่าว
ปัจจุบันโครงสร้างหนี้สาธารณะของไทยเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 86% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของดอกเบี้ยในตลาดโลก และช่วยรักษาเสถียรภาพต้นทุนทางการเงินของประเทศ
สำหรับแนวโน้มในระยะ 4 ปีข้างหน้า คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะยังไม่เกิน 70% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการบริหารหนี้อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายพลช หุตะเจริญ ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สบน. กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องมือระดมทุนด้านความยั่งยืนของ สบน. เดินหน้าต่อเนื่อง จาก ESG Bond ต่อยอดสู่ Sustainability-linked Bond (SLB)
ปัจจุบัน สบน.อยู่ระหว่างปรับปรุงกรอบการออก SLB รุ่นใหม่ และคาดว่าจะสามารถออกเพิ่มได้ภายในปีงบประมาณ 2569 โดยใช้เป็นเครื่องมือระดมทุนที่ผูกกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนของโครงการภาครัฐ
ทั้งนี้ โครงการที่จะอยู่ในกรอบ SLB จะเน้นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน ระบบขนส่งสาธารณะ และโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงโครงการที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
สบน.ยังตั้งเป้าขยายการใช้เครื่องมือ ESG และ SLB ให้ครอบคลุมโครงการภาครัฐที่เหมาะสมมากขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการระดมทุนของประเทศ เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับความยั่งยืน และเพิ่มฐานนักลงทุนให้หลากหลายขึ้นในระยะยาว







