
วิจัยกสิกรฯ คงเป้า GDP ไทยปีนี้โต 2% ครึ่งหลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2% เตือนครึ่งปีหลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงาน หนี้ SME และภาคท่องเที่ยวที่ยังเปราะบาง
KEY
POINTS
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการ GDP ปี 2569 โตที่ 2.0% โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
- เศรษฐกิจครึ่งปีหลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งราคาพลังงานที่ไม่แน่นอน มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่กระทบส่งออก และต้นทุนผู้ผลิตที่สูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว
- ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร โดยคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวจะหดตัว ขณะที่การฟื้นตัวของสินเชื่อมีจำกัด
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยยังคงประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ไว้ที่ 2.0% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ภาคธุรกิจยังเจอโจทย์ความสามารถในการทำกำไร โดยการผลิตและการท่องเที่ยวคาดหดตัวในครึ่งปีหลัง ด้านแนวโน้มสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัวอย่างจำกัด
นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 เติบโต 2.8% และทิศทางเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/2569 ที่คาดจะเติบโต 0.9% ทำให้ครึ่งปีแรก เติบโตต่ำกว่า 2% เล็กน้อย
จากนั้นเศรษฐกิจไทยจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าเติบโตที่ 2.2% โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเติบโต 2.7% จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” คาดว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจประมาณ 0.3-0.5%
ส่วนในไตรมาส 4/2569 เศรษฐกิจไทยอาจมีชะลอตัวลงบ้าง โดยต้องจับตาแผนการใช้เงินลงทุนของรัฐบาล ประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่มีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เช่น การสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟ ซึ่งยังรอความชัดเจนในรายละเอียดการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเศรษฐกิจยังอยู่ที่ความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งอิหร่านจะได้ข้อยุติ แต่ราคาพลังงานโลกยังคงไม่ลดลงเร็วมากนัก ทำให้การส่งผ่านต้นทุนราคาผู้ผลิตไปยังตะกร้าสินค้าผู้บริโภคจะยังคงมีต่อเนื่อง โดยจะยังเห็นเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวสูงสุดในไตรมาส 3-4/2569
สำหรับตัวเลขการส่งออกทั้งปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 8.2% โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ที่ประมาณ 14% โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ AI ก่อนจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง ที่ประมาณกว่า 2%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงจะส่งผ่านไปยังผู้ผลิตและผู้บริโภคชัดเจนขึ้นในไตรมาส 3-4/2569 ประกอบกับยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องภัยแล้งในไตรมาส 4/2569 ที่แม้จะไม่รุนแรง แต่จะส่งผลกระทบให้ราคาอาหารสด ผัก และผลไม้ ปรับตัวสูงขึ้น
ดังนั้นคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4.8% ในช่วงครึ่งปีหลัง จากไตรมาส 1/2569 ติดลบ 0.5% และไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3.1% ทำให้ทั้งปี 2569 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.1%
นางสาวณัฐพร กล่าวว่า หากเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มากกว่า 2% ตามที่ประมาณการไว้ จะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เช่น การส่งออกที่อาจเร่งตัวได้มากกว่าคาด ปัญหาภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ไม่บานปลาย และการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ข้อยุติที่ชัดเจน
“ส่วนตัวคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเลือกที่จะไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย เนื่องจากใกล้ช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม และอาจมีการลงนามในข้อตกลงเพื่อพักยกชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดของข้อตกลงอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นไปในทิศทางใด”
ด้าน นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบภาคธุรกิจชัดเจนขึ้น แม้มีสัญญาณบวกแต่กว่าสถานการณ์จะเป็นปกติยังต้องใช้เวลา โดยการผลิตสินค้าส่วนใหญ่จะแผ่วลง (YoY) หลัก ๆ จากการแบกรับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ผลจากภาษีสหรัฐฯ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) หดตัวเป็นปีที่ 4 ที่ -0.5%
“ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (BSI) ในเดือน พ.ค.2569 ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 และถือว่าแย่ที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาระด้านต้นทุนที่ยังทรงตัวสูง ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในปีนี้อาจหดตัวเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ -0.5%”
ขณะเดียวกัน การปรับลดเที่ยวบินที่ยังเกิดขึ้น จะกระทบธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ก่อนที่การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกจะช่วยหนุนการฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้าย เช่น IMF World Bank Annual Meeting และ Tomorrowland Thailand 2026
โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านคน แม้ยังมีโอกาสเพิ่มได้ แต่ยังต่ำกว่าระดับ 33 ล้านคนในปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากจีน อาจไม่พอชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลส่วนใหญ่ที่ลดลง
ขณะที่ นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัวอย่างจำกัด โดยแม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะปรับตัวเลขประมาณการสินเชื่อทั้งปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -0.7% มาเป็นการขยายตัวเล็กน้อยที่ราว 0.5%
“สินเชื่อปี 2569 แม้จะมีการปรับเป้าการเติบโตขึ้นเป็น 0.5% แต่ก็เป็นการสะท้อนแรงส่งจากการเติบโตของสินเชื่อที่ขับเคลื่อนจากสินเชื่อภาครัฐ และธุรกิจรายใหญ่ มากกว่ารายย่อย โดยผลสำรวจพบว่าผู้ประกอบการ SME กว่า 40% ต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากปัญหายอดขายลดลง ขาดสภาพคล่อง และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น”
ประเด็นที่ต้องติดตามเพิ่มเติมสำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ ต้นทุนการระดมทุนที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง และประเด็นความสำเร็จในการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นกู้ ซึ่งต้นทุนการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเรตติ้งต่ำ (High Yield) ตลอดจนปัญหาเอ็นพีแอลของระบบธนาคารไทยที่ปัจจุบันอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้และบริหารจัดการหนี้เชิงรุกในการประคองภาพรวมเอ็นพีแอลไม่ให้ถดถอยลงเร็ว
ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% จนถึงสิ้นปี 2569 ส่วนทิศทางค่าเงินบาท อาจอ่อนค่าลงจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ปิดสิ้นปี 2569 ที่ 32.80 บาท จากประมาณ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในปัจจุบัน







