
มติบอร์ดประชารัฐฯ ยกเลิกเกณฑ์ลดหย่อนภาษีตัดสิทธิบัตรสวัสดิการ
บอร์ดกองทุนประชารัฐฯ มีมติยกเลิกใช้เกณฑ์ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีถูกนำชื่อลดหย่อนภาษี เล็งทบทวนเกณฑ์คัดกรองทั้งหมดอีกครั้งหลังสิ้นสุดกระบวนการลงทะเบียน ก่อนประกาศผล 17 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
- บอร์ดกองทุนประชารัฐฯ มีมติไม่ใช้เกณฑ์การถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีมาเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้
- เล็งทบทวนเกณฑ์คัดกรองทั้งหมดอีกครั้งหลังสิ้นสุดกระบวนการลงทะเบียน ก่อนประกาศผล 17 ก.ค.นี้
- มีการทำงานเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ยากจนและผู้ตกหล่นเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเสนอชื่อผู้ที่อาจเข้าเกณฑ์พิจารณาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2.29 ล้านราย
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 7/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติจะไม่ใช้เกณฑ์ตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีชื่อในการลดหย่อนภาษีของบุตร บิดามารดา หรือคู่สมรส ในการลงทะเบียนครั้งนี้
โดยหลังจากกระบวนการลงทะเบียนเสร็จสิ้น จะมีการทบทวนเกณฑ์คัดกรองทั้งหมดอีกครั้ง และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาก่อนจะประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
สำหรับการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้ว 11.28 ล้านราย และตรวจสอบไปแล้ว 10.8 ล้านราย โดยพบผู้ที่กรอกข้อมูลไม่ถูกต้องประมาณ 400,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผิดพลาดเล็กน้อย เช่น การใส่ชื่อซ้ำในช่องนามสกุล ที่ประชุมจึงมีมติให้แก้ไขในระบบให้ทันทีเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาลงทะเบียนใหม่ ส่วนกรณีผิดพลาดในสาระสำคัญซึ่งมีประมาณ 200 ราย ได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือแก้ไขข้อมูลโดยตรง
นายวินิจ ย้ำว่า นโยบายครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ที่ยากจนและเดือดร้อนอย่างแท้จริงโดยไม่นำกรอบงบประมาณมาเป็นตัวตั้ง โดยมีการบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อค้นหาผู้ตกหล่นใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิมของกระทรวงมหาดไทยและ พม. อยู่แล้ว (กลุ่มที่ 2) ซึ่งขณะนี้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจไปแล้ว 70% โดยเป็นผู้ที่สำรวจแล้วเสร็จจำนวน 721,607 ราย และอยู่ระหว่างการเข้าไปตรวจสอบเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลืออีก 325,843 ราย
ในส่วนของกลุ่มที่ไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลใดๆ มาก่อน (กลุ่มที่ 3) ซึ่งเป็นกลุ่มตกหล่นที่พบจากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดพบผู้ที่เข้าข่ายมีเพิ่มเติมถึง 1,573,232 ราย
จากการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าจะมีการเสนอชื่อผู้ยากลำบากเข้าสู่ระบบเพื่อพิจารณาตามเกณฑ์คัดกรองเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 2,294,909 ราย
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการคลังขอให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนแต่ยังไม่มีชื่อในระบบ ไม่ต้องกังวลใจ โดยสามารถไปติดต่อแจ้งเรื่องได้ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อให้นำรายชื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งกระบวนการสำรวจและรวบรวมรายชื่อทั้งหมดจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ผู้ที่ยากลำบากเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึง







