
ซิน เคอ หยวน เปิดผลสอบด้านวิศวกรรม ชี้ตึก สตง.ถล่มไม่เกี่ยวเหล็ก
ซิน เคอ หยวน อ้างผลศึกษาจาก 4 สถาบันวิศวกรรมฯ ชี้เหตุอาคาร สตง.ถล่มมาจากการออกแบบและก่อสร้าง ไม่ใช่คุณภาพเหล็ก พร้อมแจงปมเตา IF-LF และเรียกร้องยึดหลักฐานทางวิชาการ
บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ภายหลังได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้กลับมาเปิดดำเนินการผลิตได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยยืนยันผลการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานและสถาบันวิชาการไม่พบหลักฐานชี้ว่าเหล็กของบริษัทเป็นสาเหตุของเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมและกระบวนการทางกฎหมายในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว
บริษัทระบุว่า การกลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งเกิดขึ้นหลังจากหยุดดำเนินงานนานกว่า 1 ปี เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรับปรุงมาตรฐานการผลิต ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐ จนผ่านการประเมินและได้รับอนุญาตให้เปิดโรงงานอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญของแถลงการณ์อยู่ที่การอ้างอิงผลการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ 4 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งสรุปว่า สาเหตุสำคัญของการถล่มของอาคาร สตง. เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องด้านการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณโครงสร้างผนังรับแรงเฉือนหรือ Shear Wall รอบช่องลิฟต์และบันได ขณะที่รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นสาเหตุของเหตุการณ์
นอกจากนี้ บริษัทยังอ้างถึงผลการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในประเด็นการครอบครองวัตถุอันตรายหรือ “ฝุ่นแดง” ซึ่งมีคำสั่งยุติการสืบสวน หลังไม่พบพยานหลักฐานที่ชี้ว่ามีการกระทำความผิด ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ยังยืนยันว่าเหล็กเส้นที่ผลิตจากการทดลองเดินเครื่องของบริษัทผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมตามที่กฎหมายกำหนด
อีกหนึ่งประเด็นที่บริษัทชี้แจงอย่างละเอียด คือข้อถกเถียงเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) และการไม่มีเตาปรุงเหล็กแบบ Ladle Furnace (LF) โดยยืนยันว่ากฎหมายและมาตรฐานที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้โรงงานที่ใช้เทคโนโลยี IF ต้องติดตั้งเตา LF เป็นเงื่อนไขในการดำเนินกิจการ และการประเมินคุณภาพเหล็กควรพิจารณาจากผลการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไม่ใช่ตัดสินจากประเภทของเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตเพียงอย่างเดียว
บริษัทระบุว่า เทคโนโลยี IF เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกมาเป็นเวลานาน และถูกนำมาใช้ในการผลิตเหล็กหลากหลายประเภท ทั้งเหล็กก่อสร้าง เหล็กกล้าไร้สนิม เหล็กอัลลอย เหล็กเครื่องมือ และเหล็กพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสามารถผลิตเหล็กที่มีคุณภาพได้ หากมีการควบคุมกระบวนการผลิตและมาตรฐานอย่างเหมาะสม
ในส่วนของเหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม บริษัทแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างรอบด้านและเป็นธรรม แต่ย้ำว่าจากผลการศึกษาของสถาบันวิศวกรรมศาสตร์ทั้ง 4 แห่ง รวมถึงผลการตรวจสอบของ สมอ. และหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ชี้ว่าเหล็กของบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถล่มของอาคารดังกล่าว
บริษัทระบุว่า การสรุปสาเหตุของเหตุการณ์สำคัญควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม หลักฐานทางวิชาการ และผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มากกว่าการคาดการณ์หรือข้อสันนิษฐาน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพผลการตรวจสอบที่ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง
พร้อมกันนี้ ซิน เคอ หยวน ยังระบุว่า หากในอนาคตมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหม่ที่แตกต่างจากผลการตรวจสอบที่ผ่านมา ก็ควรนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่หากไม่มีหลักฐานใหม่ ก็ไม่ควรให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐแล้วต้องได้รับความเสียหายจากข้อกล่าวหาที่ไม่มีข้อพิสูจน์รองรับ
สำหรับทิศทางธุรกิจหลังกลับมาเปิดดำเนินการ บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าผลิตเหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศในช่วงที่ราคาเหล็กมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น พร้อมพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว
แถลงการณ์ฉบับเต็ม คลิกที่นี่







