posttoday
ผ่าปม ดราม่าเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการฯ ปี69 ตัดสิทธิพ่อ-แม่ถูกลดหย่อนภาษี

ผ่าปม ดราม่าเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการฯ ปี69 ตัดสิทธิพ่อ-แม่ถูกลดหย่อนภาษี

04 มิถุนายน 2569

เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 จุดกระแสวิจารณ์หนัก หลังตัดสิทธิผู้ถูกบุตรลดหย่อนภาษี คลังชี้มีผู้ดูแลแล้ว แต่หลายฝ่ายมองยังไม่สะท้อนคุณภาพชีวิต ยังคงถกเถียง.

KEY

POINTS

  • เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 จะตัดสิทธิพ่อแม่ที่ถูกบุตรนำไปใช้ลดหย่อนภาษี
  • กระทรวงการคลังให้เหตุผลว่า หากบุตรสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ ถือว่าพ่อแม่มีผู้ดูแล จึงควรจัดสรรงบให้ผู้ที่ขาดแคลนมากกว่า
  • เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างเพียงพอเสมอไป
  • การปรับเกณฑ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการคัดกรองผู้มีรายได้น้อยให้แม่นยำขึ้น โดยเปลี่ยนจากการพิจารณาแบบครัวเรือนเป็นรายบุคคล

การปรับเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเงื่อนไขใหม่ที่กำหนดว่า "ผู้ที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา-มารดา จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ส่งผลให้เกิดทั้งเสียงวิพากพิจารณ์และคัดค้านในวงกว้าง

ทำไมคลังต้องปรับเกณฑ์ใหม่
กระทรวงการคลังระบุว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องระบบสวัสดิการ จากเดิมที่ใช้ข้อมูลแบบครัวเรือน มาเป็นการคัดกรองรายบุคคลที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลจาก 46 หน่วยงานภาครัฐ

เป้าหมายสำคัญคือ การคัดกรองผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นจริง ลดปัญหาผู้ที่ฐานะดีขึ้น หรือหลุดพ้นเส้นความจนแล้วแต่ยังได้รับสิทธิ รวมถึงรองรับการพัฒนาระบบสวัสดิการไปสู่แนวคิดภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax) ในอนาคต

ปมร้อน “ลดหย่อนภาษีพ่อแม่” ทำไมถูกตัดสิทธิ
เงื่อนไขที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด คือการกำหนดให้ผู้ที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดามารดา จะไม่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงการคลังให้เหตุผลว่า หากบุตรมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีและสามารถใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวได้ สะท้อนว่าผู้สูงอายุยังมีผู้ดูแลหรือมีแหล่งพึ่งพิงทางเศรษฐกิจ จึงควรจัดสรรงบประมาณไปยังผู้ที่ขาดคนดูแลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนไม่น้อยมองว่า การถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี หรือได้รับการอุปการะอย่างเพียงพอจริงในชีวิตประจำวันเสมอไป หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้รัฐชี้แจงรายละเอียดการใช้ข้อมูล และปีภาษีให้ชัดเจน 

กระทรวงการคลังยืนยันว่า การปรับเกณฑ์ไม่ได้มีเป้าหมายตัดสิทธิประชาชน แต่ต้องการให้สวัสดิการรัฐเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นจริงมากที่สุด ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.18 ล้านคน และคาดว่าการใช้เกณฑ์ใหม่จะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิลดลงบางส่วน จากการคัดกรองผู้ที่ฐานะดีขึ้นแล้วหรือระบบเดิมยังไม่แม่นยำ

โดย เกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ปี 2569 ผู้มีสิทธิต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมเกิน 100,000 บาท และมีเงินฝากหรือสลากออมทรัพย์รวมไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงเพิ่มกลุ่มที่ “ไม่มีสิทธิ” เช่น นักเรียน นักศึกษา ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือครองตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาทต่อปี และผู้ที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ยังพิจารณาทรัพย์สินด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย และยานพาหนะ เพื่อให้การช่วยเหลือมุ่งตรงไปยังผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรายเดิม 13.18 ล้านคน ต้องยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ หรือธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ จากนั้นกระทรวงการคลังจะประกาศผลวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 หากไม่ผ่านเกณฑ์

เปิดทางผู้ตกหล่นเข้าสู่ระบบ
รัฐบาลยังเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่เคยได้รับสิทธิ หรือผู้ตกหล่นจากรอบก่อน เข้าสู่ระบบผ่านการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และ พม. เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมมากขึ้น

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า โครงการขนาดใหญ่ย่อมมีทั้งผู้พอใจและไม่พอใจ รัฐบาลพร้อมรับฟังและนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงในอนาคต ปัญหาต่าง ๆ ก็ต้องมีบ้าง เรื่องโครงการเหล่านี้ เรายังประโยชน์ให้กับประชาชน ก็อาจมีคนพอใจ ไม่พอใจ เราก็ไปรวบรวมสำรวจความพึงพอใจ ตรงไหนที่ประชาชนไม่พอใจที่เกิดจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือคาดไม่ถึง เราก็จะไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเราไม่ได้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครั้งเดียว

แม้เกณฑ์ใหม่จะถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองผู้มีรายได้น้อย แต่ประเด็น “ลดหย่อนภาษีพ่อแม่” ยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญ ว่าสุดท้ายแล้วจะช่วยให้เข้าถึง “คนจนตัวจริง” ได้มากขึ้น หรือจะกระทบผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐต่อไป
 

ข่าวล่าสุด

สนธิรัตน์จี้รัฐบาลหยุดวงจรถอนทุนการเมือง แนะ 4 ข้อสร้างระบบโปร่งใส

สนธิรัตน์จี้รัฐบาลหยุดวงจรถอนทุนการเมือง แนะ 4 ข้อสร้างระบบโปร่งใส