posttoday
EXIM BANK ปล่อยกู้ใหม่ 4 เดือนทะลุ 1.9 หมื่นล. ลุ้นทั้งปีแตะ 7 หมื่นล. ฝ่าวิกฤตศก.โลก

EXIM BANK ปล่อยกู้ใหม่ 4 เดือนทะลุ 1.9 หมื่นล. ลุ้นทั้งปีแตะ 7 หมื่นล. ฝ่าวิกฤตศก.โลก

21 พฤษภาคม 2569

EXIM BANK เผย 4 เดือนแรกปี 69 ปล่อยกู้ใหม่ 1.8-1.9 หมื่นลบ. ดันสินเชื่อคงค้างแตะ 1.8 แสนลบ.เตือนธุรกิจไทยรับแรงกดดัน “3 สูง” ต้นทุนพุ่ง กฎเข้ม แข่งขันเดือด ท่ามกลางศก.โลกชะลอตัว ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าใหม่ 3 พันราย

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.)ของปี 2569 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ราว 18,000-19,000 ล้านบาท และยังมั่นใจว่าทั้งปี 2569 จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 70,000 ล้านบาท

ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 320,000 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ประมาณ 4% องยอดสินเชื่อคงค้าง ซึ่งใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน ถือว่าอยู่ในระดับที่ดูแลได้

สำหรับภาคส่งออกไทย ประเมินว่าปี 2569 ยังมีโอกาสขยายตัวได้ราว 7% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร และอาหาร อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของประเทศคู่ค้า รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการค้าโลก

“การส่งออกนี้ ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ราว 7% ส่วนหนึ่งจากแรงหนุนของการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ราว 2% แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านส่วนเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปี ธนาคารยังคงไว้ที่ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกไปยังจีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป"

ขณะที่ตลาดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือ New Frontiers ยังขยายตัวได้ไม่มากนักในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามและความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลก

ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าใหม่อีก 3 พันราย

นายชลัช กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มอีกประมาณ 3,000 ราย จากปัจจุบันที่มีลูกค้าอยู่ราว 6,000 ราย ผ่านการเร่งปล่อยสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ประกันการส่งออก 

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบประมาณ 28,000 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ราว 5,000-6,000 ราย ซึ่งตัวเลขโดยรวมยังใกล้เคียงกับปี 2568

เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยง 3 ด้าน กดดันการค้า

EXIM BANK มองว่า ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจาก “ภาวะ 3 สูง” ที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 
1.Cost สูง จากต้นทุนวัตถุดิบ โลจิสติกส์ ค่าแรง ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 
2. Compliance สูง จากกฎระเบียบและมาตรฐานสากลที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ESG การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรฐานบัญชี 
3. Competition สูง จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งสินค้าราคาถูกจากจีน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ยกระดับขีดความสามารถ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวยังทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลง โดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะเติบโตเพียง 3.1% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ลดลงจาก 3.4% ในปีก่อน ขณะที่การค้าโลกอาจขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี จาก 5.1% ในปี 2568 ส่วนเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% จาก 4.1%

เดินหน้ากลยุทธ์ 5T ช่วยธุรกิจไทยฝ่าวิกฤต

ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot  ใช้กลยุทธ์ “5T” ตามแนวนโยบายภาครัฐ ประกอบด้วย

  1. Target ช่วยเหลือลูกค้าผ่านการยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย เสริมสภาพคล่อง และประคองการจ้างงาน
  2. Transition สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยตั้งเป้าสินเชื่อและภาระผูกพันด้านความยั่งยืนไว้ที่ 50% ของยอดคงค้างรวม
  3. Transform สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี ยกระดับธุรกิจ และขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนส่งออกไปตลาดอื่นเป็น 75%
  4. Transparency ผลักดันการส่งออกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  5. Together บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการส่งออกที่แข็งแกร่ง
     

ข่าวล่าสุด

อีสปอร์ตเข้า รร. ทั่วประเทศ รัฐบาลเล็ง ปั้นเยาวชนสู่ระดับโลก

อีสปอร์ตเข้า รร. ทั่วประเทศ รัฐบาลเล็ง ปั้นเยาวชนสู่ระดับโลก