
สายการบินเอเชียจี้รัฐพยุงธุรกิจ หวั่นล้มละลายเซ่นปมน้ำมันแพง
สมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (AAPA) เรียกร้องรัฐบาลทั่วภูมิภาคเร่งช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบินด่วน หลังราคาน้ำมันทะยานขึ้นเท่าตัว หวั่นรับต้นทุนไม่ไหวจนล้มละลาย
KEY
POINTS
- สมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (AAPA) เรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคเร่งออกมาตรการช่วยเหลือสายการบิน เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว
- ผู้อำนวยการ AAPA เตือนว่าหากรัฐบาลเพิกเฉย สายการบินในเอเชียอาจเสี่ยงล้มละลาย ซ้ำรอยกรณีของ Spirit Airlines ในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งปิดกิจการไป
- AAPA คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินในปี 2569 จะมีผลกำไรลดลง จำนวนผู้โดยสารหดตัวจากราคาตั๋วที่แพงขึ้น และความสามารถในการให้บริการจะลดลงตามไปด้วย
นายหว่อง หง (Wong Hong) ผู้อำนวยการคนใหม่ของสมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (AAPA) ระบุว่า สายการบินในภูมิภาคเอเชียต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว หากไร้มาตรการรองรับ สายการบินบางแห่งอาจเสี่ยงปิดกิจการ ซ้ำรอยกรณีของสายการบิน Spirit Airlines ในสหรัฐอเมริกา
นายหว่อง กล่าวเสริมว่า สายการบินแต่ละแห่งต้องการความช่วยเหลือและการเยียวยาในระดับที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การอัดฉีดเงินทุนโดยตรง ไปจนถึงการผ่อนผันให้สายการบินลดเที่ยวบินได้โดยไม่ต้องรับบทลงโทษหรือผลกระทบตามมา
"ไม่มีใครอยากเห็นสายการบินใดต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับ Spirit" นายหว่องกล่าวขณะให้สัมภาษณ์
ทั้งนี้ Spirit Airlines เพิ่งยุติการให้บริการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ไหว
นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียเริ่มออกมาตรการช่วยเหลือสายการบินบ้างแล้ว แต่มาตรการช่วยเหลือยังค่อนข้างจำกัดและแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น มาเลเซียที่ขยายเวลาและยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมสนามบินหลายรายการ ขณะที่อินเดียปรับลดภาษีน้ำมันอากาศยานเพื่อบรรเทาต้นทุน
ในทางกลับกัน รัฐบาลฮ่องกงยังไม่ออกมาตรการสนับสนุนสายการบินจนถึงขณะนี้ เช่นเดียวกับสายการบิน Air New Zealand ที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยังคงไร้การเหลียวแล แม้บริษัทจะคาดการณ์ตัวเลขขาดทุนตลอดทั้งปีไว้สูงมากจนต้องเร่งหั่นต้นทุนอย่างหนักก็ตาม
ผู้อำนวยการสมาคมสายการบินภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (AAPA) ยกตัวอย่างกรณีที่รัฐบาลวิพากษ์วิจารณ์การปรับลดเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภาครัฐจำเป็นต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
นายหว่องระบุว่า "ผมต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมและทำความเข้าใจปัญหานี้ให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการบินมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเราไม่ต้องการเห็นสายการบินใดต้องเผชิญกับภาวะล้มละลาย"
นอกจากนี้ AAPA ยังคาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2569 ว่าผลกำไรจะลดลง ในขณะที่ปริมาณผู้โดยสารจะปรับตัวลดลงตามราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงขีดความสามารถในการให้บริการของสายการบินต่างๆ
ปัจจุบัน AAPA มีสายการบินสมาชิก 18 แห่ง ซึ่งรวมถึงสายการบินชั้นนำระดับโลกอย่าง สิงคโปร์แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines), คาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific), แอร์อินเดีย (Air India) และแควนตัส (Qantas Airways)
นายหว่องกล่าวทิ้งท้ายว่า เขามุ่งมั่นที่จะผลักดันให้สายการบินจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของสมาคมฯ ให้สำเร็จภายในวาระการดำรงตำแหน่งของตน







