posttoday
เจาะกลยุทธ์ธุรกิจ "แพร พันธุมวนิช" ESRI ใช้แผนที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นโอกาส

เจาะกลยุทธ์ธุรกิจ "แพร พันธุมวนิช" ESRI ใช้แผนที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นโอกาส

11 พฤษภาคม 2569

ท่ามกลางข้อมูลมหาศาลในยุคดิจิทัล องค์กรที่ได้เปรียบไม่ใช่แค่มีข้อมูลมากกว่า แต่คือผู้ที่เชื่อมทุกข้อมูลสู่ภาพยุทธศาสตร์เดียว ด้วยพลัง GIS และเทคโนโลยีเชิงพื้นที่ที่ช่วยตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็วกว่าเดิม

KEY

POINTS

  • เทคโนโลยีเชิงพื้นที่หรือ GIS กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายระบบกำลังหลั่งไหลเข้าสู่องค์กรอย่างต่อเนื่อง
  • จากนักศึกษาบริหารธุรกิจสู่ผู้นำ Esri Thailand “แพร พันธุมวนิช” เปิดมุมมองว่า GIS ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงธุรกิจและชีวิตประจำวันอย่างทรงพลัง
  • ผ่านแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง ArcGIS เปลี่ยนข้อมูลกระจัดกระจายให้เป็นภาพยุทธศาสตร์เดียว ช่วยองค์กรวิเคราะห์ ตัดสินใจแม่นยำ มองเห็นโอกาสและทิศทางธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

"ข้อมูลทุกข้อมูลมีโลเคชันเป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่เสมอ” - แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ในบริบทนี้ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ในฐานะผู้นำด้าน Location Intelligence และผู้ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยี GIS ผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก ArcGIS กับบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายจากทุกระบบ ให้เชื่อมโยงเป็น “ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์เดียว” เพื่อต่อยอดสู่การวิเคราะห์และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นทั้ง “โอกาส” และ “ทิศทางธุรกิจ” ได้อย่างแม่นยำและชัดเจน

 

จากการพูดคุยกับคุณแพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในรายการ "The Play Maker" โดย Posttoday เราได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาสายบริหารธุรกิจ (BBA จุฬาฯ) สู่การเป็นผู้นำในธุรกิจเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ โดยคุณแพรเผยว่าในช่วงแรกเธอเคยมองว่าเรื่อง GIS (Geographic Information System) เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและไกลตัว แต่เมื่อได้เข้ามาบริหารงานจริง กลับพบว่าเทคโนโลยีนี้มีความใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันและธุรกิจอย่างคาดไม่ถึง เพราะ

 

"ข้อมูลทุกข้อมูลมีโลเคชันเป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่เสมอ" ซึ่งจุดนี้เองคือ หัวใจสำคัญที่ทำให้ Esri Thailand ยกระดับจากการเป็นผู้สร้างเครื่องมือจากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไปสู่การเป็น "Strategic Location Intelligence Platform" หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ตำแหน่งที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลทุกรูปแบบเพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

 

แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ในมุมมองของนักบริหาร คุณแพรฉายภาพให้เห็นว่า Location Intelligence ไม่ได้มีไว้เพื่อบอกทาง หรือตำแหน่งเท่านั้น แต่คือเครื่องมือเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันและสร้าง ROI ที่ชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในระดับโลกคือ Starbucks ที่ใช้แพลตฟอร์ม ArcGIS ในการวิเคราะห์ทำเลเปิด-ปิดสาขาโดยคำนวณจากข้อมูลประชากรและคู่แข่ง หรือ UPS ที่ใช้จัดการเส้นทางขนส่งจนลดต้นทุนได้มหาศาล

 

ส่วนในประเทศไทยเอง ธุรกิจค้าปลีกอย่าง Big C ได้นำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาการจัดส่งสินค้า E-commerce และวิเคราะห์ Trade Zone ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่การลดต้นทุนกว่า 12 ล้านบาทต่อปี แต่ยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้สูงถึง 50% เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำบนข้อมูลแบบ Real-time ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด

 

 

"การมีโลเคชันเป็นจุดศูนย์กลาง ทำให้ Data ที่มีมากมายกลายเป็น Data Intelligence ที่ผู้บริหารสามารถเอาไปวางกลยุทธ์ต่อได้" คุณแพรย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้

 

นอกเหนือจากด้านผลกำไรในเชิงธุรกิจ คุณแพรยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ ArcGIS ในภารกิจช่วยเหลือสังคมและการจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Esri Thailand ทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิ มาจนถึงเหตุการณ์ถ้ำหลวงที่ใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างแผนที่โครงสร้างภายในถ้ำ (กรณีถ้ำหลวงช่วยน้อง ๆ ทีมหมูป่า) เพื่อให้ทีมกู้ภัยและนักประดาน้ำทำงานได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการจัดการน้ำท่วม และการพัฒนาเมืองในระดับท้องถิ่น เช่นที่ เทศบาลเมืองสีคิ้ว ซึ่งมีการใช้แพลตฟอร์มเชิงพื้นที่ ArcGIS เพื่อบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยติดเตียง และวางแผนพื้นที่สีเขียวเพื่อมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าแผนที่ไม่ได้เป็นเพียงแผ่นกระดาษ แต่เป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

"AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ GIS แต่ AI จะเข้ามาเสริมทำให้ GIS เก่งยิ่งขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น"

 

สำหรับอนาคตท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังมาแรง คุณแพรมองว่า เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค โดยเธอยืนยันว่า "AI จะไม่ได้เข้ามาแทนที่ GIS แต่จะเข้ามาเสริมให้เก่งยิ่งขึ้น" ปัจจุบัน Esri ทุ่มงบประมาณกว่า 30% ของรายได้ไปกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อผสาน AI เข้ากับระบบ เช่น การใช้ AI สร้างแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศโดยอัตโนมัติ หรือการใช้ LLM (Large Language Models) มาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับระบบด้วยภาษาปกติ ซึ่งจะช่วยทลายกำแพงความซับซ้อนของเทคโนโลยี และทำให้ Location Intelligence กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือภาครัฐ จำเป็นต้องมีเพื่อนำไปใช้สร้างกลยุทธ์ที่ตรงจุดและก้าวกระโดดได้ในโลกยุคใหม่นี้

 

แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด

 

คุณแพรกล่าวต่อว่า ในยุคแห่งนวัตกรรม AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ GIS แต่ทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" (Catalyst) ที่เพิ่มความเร็วและอัจฉริยะให้กับระบบ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติหลักคือ:

  • Automation & Efficiency: การใช้ AI เปลี่ยนกระบวนการทำแผนที่จาก Manual สู่ Automation เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
  • Predictive Analytics: การประมวลผล Big Data เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ทั้งทิศทางในการเติบโตของธุรกิจ และการวางแผนกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบ ตลอดจนทิศทางการขยายตัวของเมืองหรือพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ
  • Operational Accessibility (LLM Integration): จุดเปลี่ยนที่ทำให้การใช้งานแพลตฟอร์มเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่พิมพ์คำถามภาษาพูดหรือภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่าน LLM หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ก็สามารถเข้าถึง Insight เชิงลึกได้ทันที เช่น “ค้นหาทำเลสาขาใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และอยู่นอกรัศมีคู่แข่ง 5 กิโลเมตร”

 

กล่าวได้ว่า AI เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ ArcGIS ยกระดับสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ (Strategic Location Intelligence Platform) ที่ผู้ใช้งานในทุกระดับขององค์กรสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ ช่วยลดข้อจำกัดเดิม และทำให้ Location Intelligence กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการตัดสินใจที่ใช้งานได้จริงในระดับองค์กร

 

เจาะกลยุทธ์ธุรกิจ "แพร พันธุมวนิช" ESRI ใช้แผนที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นโอกาส

 

บทสรุปเชิงกลยุทธ์ คำแนะนำสำหรับผู้นำองค์กรยุค Data-Driven

 

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบไม่ได้สิ้นสุดแค่ที่การเก็บข้อมูล แต่เริ่มต้นที่การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น "วิสัยทัศน์ที่มองเห็นได้" Location Intelligence คือเครื่องมือ "Leapfrog" ที่จะพาองค์กรก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิม

ข้อแนะนำเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหาร (Executive Recommendations):

  • Eliminating Data Silos via Spatial Integration: บูรณาการข้อมูลจากทุกระบบโดยใช้ตำแหน่งที่ตั้งเป็นแกนกลาง เพื่อสร้าง Strategic Insight ที่รอบด้าน และลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
  • Transitioning from Data-Rich to Insight-Driven Decision Making: เปลี่ยนจากการเก็บข้อมูลมหาศาล (Data-Rich) มาเป็นการใช้ Data Intelligence เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ (Insight-Driven)
  • Scalability & Day-to-Day Operation: อย่าใช้ GIS เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินเพียงอย่างเดียว แต่ให้ใช้เทคโนโลยีนี้ในกระบวนการทำงานประจำวัน (Day-to-Day Operation) เพื่อสร้างความยั่งยืนและความคล่องตัวในระยะยาว

 

และในท้ายที่สุด ความทรงพลังของเทคโนโลยีไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อน แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างประสิทธิภาพที่จับต้องได้จริง Location Intelligence จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอ่านเกมธุรกิจให้ขาด และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั้งในมิติของผลกำไรและมิติของสังคมอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ภัยเงียบ “คอเลสเตอรอลสูงทางพันธุกรรม” หุ่นดีแค่ไหนก็ไม่รอด พบ 1 ต่อ 300 คน!

ภัยเงียบ “คอเลสเตอรอลสูงทางพันธุกรรม” หุ่นดีแค่ไหนก็ไม่รอด พบ 1 ต่อ 300 คน!