
“พชร”แนะรื้อโครงสร้างพลังงานไทยผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน ลดภาระค่าไฟช่วยประชาชน
พชร นริพทะพันธุ์ ชี้โอกาสไทยปฏิรูปพลังงานภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 2569 แนะเปิดเสรีตลาด-ประมูลโปร่งใส-แยกสายส่ง เพื่อดึงดูดนักลงทุนและลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชนอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- นายพชร นริพทะพันธุ์ เสนอให้ใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของไทย แก้ปัญหาราคาพลังงานสูงซึ่งเกิดจากโครงสร้างที่ไม่สอดคล้องกับบริบทโลก
- ข้อเสนอแนะ 3 แนวทางหลักในการปฏิรูป ได้แก่ การเปิดเสรีตลาดพลังงาน, การปรับปรุงระบบจัดซื้อไฟฟ้าเป็นการประมูลแข่งขัน, และการแยกโครงข่ายสายส่งเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
- การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไปสู่เทคโนโลยีสะอาดจะช่วยดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง พร้อมทั้งลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในระยะยาว
นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงทิศทางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไทย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยระบุว่า ราคาพลังงานของไทยที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน มิใช่เกิดจากความขาดแคลนทรัพยากร แต่เป็นผลจากโครงสร้างเดิมที่ไม่สอดคล้องกับบริบทโลก
นายพชรกล่าวว่า ความสามารถในการจัดหาพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ กลายเป็นดัชนีชี้วัดหลักในการตัดสินใจของนักลงทุนข้ามชาติ เช่นกรณีบริษัท เลโก้ (Lego) ที่เลือกลงทุนในเวียดนามเพื่อสร้างโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งปัจจุบันเวียดนามสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ในอาเซียนได้ในเวลาอันรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ไทยต้องถอดบทเรียน "กับดัก" จากรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ที่ต้องแบกรับภาระหนี้มหาศาลจากการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าคงที่ (Feed-in Tariff) แต่ถูกควบคุมราคาขายปลีกจนขาดทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566
ทั้งนี้ นายพชรได้เสนอแนะ 3 แนวทางสำคัญ เพื่อให้การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่
- การเปิดเสรีตลาดพลังงาน: ปลดล็อกข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (DPPA) และระบบโซลาร์รูฟท็อปอย่างจริงจัง
- การปรับปรุงระบบจัดซื้อ: เปลี่ยนจากสัญญา PPA รูปแบบเดิม เป็นระบบประมูลแข่งขันเพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง
- การแยกโครงข่ายสายส่ง: เพื่อสร้างการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม มิให้ผู้ผลิตรายใหญ่ผูกขาดโครงข่าย
“ประเทศไทยมีศักยภาพและที่ตั้งที่ได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค หากมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่เทคโนโลยีสะอาด จะช่วยดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงและลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว” นายพชรระบุ







