
ไทยช่วยไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. แบ่งจ่าย 2 รอบ เดือนละ 1 พัน เริ่มใช้ 1 มิ.ย.
เอกนิติ เปิดแผน "ไทยช่วยไทยพลัส" รวมสิทธิบัตรคนจน แบ่งจ่าย 2 งวด รวม 4,000 บ. ชู AI ทบทวนสิทธิ ดึงคนพ้นจนเข้าสู่ระบบร่วมจ่ายรัฐ 60 ประชาชน 40 เริ่มลงทะเบียน 25 ก.พ. 69
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นการรวมสิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และโครงการคนละครึ่งพลัสเข้าด้วยกัน
- มอบเงินช่วยเหลือประชาชนคนละ 4,000 บาท โดยจะแบ่งจ่ายออกเป็น 2 งวด งวดละ 2,000 บาท
- เปิดให้ประชาชนรายใหม่และร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันที่ 25 พฤษภาคม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีการปรับเปลี่ยนชื่อโครงการจาก "คนละครึ่งพลัส" เป็น "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการนำเทคโนโลยีมาสร้างความมั่งคั่งและบูรณาการความช่วยเหลือให้เข้าถึงคนไทยทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการ รวมสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่งพลัสเข้าด้วยกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน โดยจะใช้ฐานข้อมูลร้านค้ากว่า 1.5 ร้านแห่ง ทั้งร้านธงฟ้าเดิมและร้านค้าคนละครึ่งพลัส เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิได้กว้างขวางขึ้น
โดยการให้ความช่วยเหลือจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามฐานรายได้
1.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้รับสิทธิช่วยเหลือเต็มจำนวนโดยไม่ต้องสมทบเงินเอง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอในการร่วมจ่าย
2. กลุ่มไทยช่วยไทยพลัส หรือชื่อเดิม คนละครึ่งพลัส สำหรับประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่เคยได้รับบัตรสวัสดิการฯ แต่จากการทบทวนสิทธิพบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นจนพ้นเกณฑ์ความยากจน กลุ่มนี้จะใช้ระบบ "รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับฐานราก
สำหรับโครงการนี้ กระทรวงการคลังวางกรอบช่วยเหลือประชาชนวงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน โดยออกแบบการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ หรือรูปแบบ “2+2” เพื่อเปิดเวลาให้ภาครัฐตรวจสอบ คัดกรอง และทบทวนสิทธิ์ผู้ได้รับสวัสดิการให้มีความแม่นยำมากขึ้น หลังมีการรวมโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไว้ในระบบเดียว
ไทม์ไลน์เบื้องต้น ยังยืนยันกำหนดให้วันที่ 25 พ.ค.2569 เป็นวันเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนรายใหม่ รวมถึงร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ และเริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย.2569 ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมจำนวน 13.2 ล้านราย จะยังได้รับสิทธิ์ต่อเนื่องทันทีในรอบแรก โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างของการช่วยเหลือ
สำหรับการจ่ายเงินรอบแรก รัฐบาลเตรียมจ่ายวงเงิน 2,000 บาท โดยทยอยจ่ายในรูปแบบเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงแรก ขณะเดียวกันภาครัฐจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเปิดรับลงทะเบียนใหม่ และเร่งทบทวนฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมควบคู่กันไป
โดยกระทรวงการคลังจะนำระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลรายได้ พฤติกรรมทางการเงิน และสถานะทางเศรษฐกิจของผู้ได้รับสิทธิ์ ร่วมกับการตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อคัดกรองผู้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตกหล่นจากระบบเดิมสามารถเข้าสู่โครงการได้
“ ตามหลักเกณฑ์นี้ ประชาชน 1 คน จะได้รับเพียง 1 สิทธิ์ หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการรายใดมีรายได้สูงเกินเกณฑ์ พ้นเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย ก็จะถูกปรับรูปแบบสิทธิ์ไปอยู่ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส แทน ซึ่งใช้หลักร่วมจ่าย รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% แทนในรอบถัดไป โดยจ่ายรอบแรก 2,000 บาท หลังเสร็จสิ้นกระบวนการคัดกรองและทบทวนสิทธิ์ รัฐบาลจะเดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือรอบที่สองอีก 2,000 บาท ส่วนผู้ที่ยังเข้าเกณฑ์รายได้น้อยจะยังได้รับความช่วยเหลือเต็มจำนวนจากภาครัฐต่อไป"
“สาเหตุที่รัฐบาลออกแบบการจ่ายเงินเป็น 2 ช่วง เพราะต้องการเวลาในการเปิดลงทะเบียนใหม่ ตรวจสอบผู้ตกหล่น และทบทวนฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการเดิม เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นจริง พร้อมทั้งคัดกรองผู้ที่พ้นสถานะผู้มีรายได้น้อยออกจากระบบสวัสดิการอย่างเหมาะสม” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ที่ชัดเจน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด เนื่องจากเป็นการรวมโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไว้ด้วยกัน เบื้องต้น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมมีอยู่ประมาณ 13.2 ล้านคน ขณะที่ภาพรวมผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดมีการประเมินไว้ราว 43 ล้านคน แต่ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของฐานข้อมูลและการรวมสิทธิ์ให้รอบคอบก่อนสรุปตัวเลขสุดท้าย







