posttoday
"ศุภจี" เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ ก่อนนำผู้แทนไทยชี้แจงมาตรา 301

"ศุภจี" เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ ก่อนนำผู้แทนไทยชี้แจงมาตรา 301

06 พฤษภาคม 2569

“ศุภจี” หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน ลดความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐฯ พร้อมเตรียมส่งคณะไทยชี้แจง USTR ปมมาตรา 301

KEY

POINTS

  • “ศุภจี” เผยผล หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART หวังสรุปผลโดยเร็ว ลดความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐฯ
  • พร้อมเตรียมส่งคณะไทยชี้แจง USTR ปมมาตรา 301 วันที่ 13-14 พ.ค. 2569
  • ด้านสหรัฐฯ เปิดกว้างพิจารณายกเว้นภาษีสินค้าไทยบางรายการที่ผลิตเองไม่ได้ พร้อมชวนไทยเพิ่มบทบาทในซัพพลายเชนสหรัฐฯ         

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ตามเวลาในสหรัฐฯ ว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของไทยและสหรัฐฯ ในการเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ให้มีความคืบหน้าและสามารถสรุปผลได้โดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการทางการค้ากับไทย

 

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทางการค้า และเปิดโอกาสให้ไทยแสดงบทบาทเชิงรุกผ่านการขยายการลงทุนในสหรัฐฯ ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน เช่น สาขาเกษตรแปรรูป และพลังงาน พร้อมการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีความต้องการและยังไม่สามารถผลิตได้เอง

 

โดยฝ่ายไทยได้ยืนยันความพร้อม และแจ้งถึงแผนการขยายการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากฝ่ายสหรัฐฯ และถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ขณะเดียวกัน ไทยได้ใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะแนวทางการยกเว้นภาษีของสหรัฐฯ ให้กับสินค้าไทยที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ

 

โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีเปิดกว้างและพร้อมพิจารณาต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมในการหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

 

สำหรับประเด็นการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน ได้ชี้แจงสหรัฐฯ ว่า ไทยให้ความสำคัญกับผลการเจรจาที่จะทำให้ความตกลงสามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความเข้าใจ และพร้อมหารือทั้งในด้านระยะเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน และรายละเอียดของความตกลงในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการภายในของไทยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งได้แสดงความสนใจและขอให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากสหรัฐฯ ในห่วงโซ่อุปทาน

 

ส่วนกรอบเวลา ไทยและสหรัฐฯ เห็นพ้องที่จะเร่งรัดการเจรจา โดยมีเป้าหมาย คือ การสรุปสาระสำคัญของความตกลงโดยเร็ว เพื่อยืนยันสถานะของไทยที่เป็นประเทศคู่ค้าทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ อีกทั้งลดความเสี่ยงจากการถูกใช้มาตรการภาษีในอนาคต

 

“การหารือครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความตั้งใจร่วมกันของไทยและสหรัฐฯ ในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว” นางศุภจีกล่าว

 

นางศุภจีกล่าวต่อว่า ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ได้หารือกับนาง Tammy Duckworth สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้เสนอแนวทางความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก นวัตกรรมอาหาร ความร่วมมือด้านสาธารณสุข และอุตสาหกรรมอาหารสำหรับทารก ซึ่งเป็นสาขาที่ภาคเอกชนไทยให้ความสนใจ

 

นอกจากนี้ สองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งมีศักยภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยี และการเกษตรขั้นสูง เพื่อขยายการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานระยะยาว โดยไทยได้ขอรับการสนับสนุนในการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ว่า ไทยพร้อมจะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้เชิงยุทธศาสตร์ และพร้อมส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะจัดคณะผู้แทนไทยเดินทางไปชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในประเด็นการไต่สวนตามมาตรา 301 ระหว่างวันที่ 13–14 พ.ค.2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างการค้าและการผลิตของไทยด้วย

 

ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ มูลค่า 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ และไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า โดยได้ดุลการค้า มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ข่าวล่าสุด

ประเดิม ครม.เงา เบรกกู้ 4 แสนล้าน จี้รัฐบาลเยียวยาขนส่ง-ประมง

ประเดิม ครม.เงา เบรกกู้ 4 แสนล้าน จี้รัฐบาลเยียวยาขนส่ง-ประมง