
เอกนัฏชูแลนด์บริดจ์ ปั้นไทยฮับน้ำมันโลก ผุดระบบSPRรับวิกฤตฮอร์มุซ
รมว.พลังงานเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไทยหนุนแลนด์บริดจ์เป็นคลังน้ำมันดึงตะวันออกกลางเทรดดิ้งแทนสิงคโปร์พร้อมผุดระบบSPRรับมือวิกฤตการณ์โลก
KEY
POINTS
- ผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อพัฒนาไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการกักเก็บและซื้อขายน้ำมันของโลก โดยสร้างคลังน้ำมันและท่อส่งเชื่อมสองฝั่งทะเล
- เสนอให้จัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของรัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเตรียมรับมือวิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- ใช้ศักยภาพของไทยที่มีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง เพื่อเป็นฐานพลังงานที่มั่นคงและลดการพึ่งพาราคาอ้างอิงจากสิงคโปร์
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยระบุว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อมุ่งเน้นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ และสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่สูงกว่าได้
ประเด็นสำคัญคือการใช้โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน หรือ "แลนด์บริดจ์" เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยโครงการดังกล่าวต้องประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Tank Farm) และระบบขนส่งน้ำมันทางท่อเชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร เพื่อดึงดูดให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางนำน้ำมันดิบมาฝากเก็บและทำการซื้อขาย (Trading) ในประเทศไทยแทนการพึ่งพาเฉพาะตลาดเดิมอย่างสิงคโปร์
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นทางรอดจากสภาวะที่โลกเผชิญความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่าร้อยละ 30 ของการซื้อขายทั่วโลก โดยนายเอกนัฏได้เสนอให้จัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve - SPR) อย่างจริงจัง เพื่อเป็นน้ำมันสำรองของประเทศ จากเดิมที่กฎหมายบังคับให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันตามกฎหมายซึ่งเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยมองว่าไทยควรมีคลังสำรองที่เป็นของรัฐหรือเป็นความร่วมมือในระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อความมั่นคงที่แท้จริง
"เราต้องรู้จักที่จะเปลี่ยนและรักษาโรคในตอนที่ยังมีโอกาส หากเราไม่ปรับตัวในตอนนี้ ในอนาคตเราอาจจะตายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง การฉีดภูมิคุ้มกันและอัดวิตามินผ่านการปฏิรูปพลังงานในสภาวะที่ลำบาก จะทำให้เรามองกลับมาด้วยความภูมิใจในอีก 1 ปีข้างหน้าว่าเราได้สร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้ประเทศ" นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวเสริมว่า ด้วยศักยภาพของไทยที่มีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง และสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เกินความต้องการใช้ในประเทศ จะทำให้ไทยกลายเป็น "Last Man Standing" หรือผู้ที่ยังคงมีพลังงานใช้และอยู่รอดได้แม้ทั่วโลกจะเผชิญวิกฤต
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานมีนโยบายปรับปรุงโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยไม่ควรอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ร้อยละ 100 เนื่องจากไทยมีโรงกลั่นเองและไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป แต่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น รวมถึงแผนการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อลดการพึ่งพาแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่มีราคาผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (คลิกอ่าน)







