posttoday
SME D Bank โชว์ผลงานปล่อยกู้Q1 แตะ1.98หมื่นล. ลุยปรับพอร์ตสู่ภาคผลิต

SME D Bank โชว์ผลงานปล่อยกู้Q1 แตะ1.98หมื่นล. ลุยปรับพอร์ตสู่ภาคผลิต

29 เมษายน 2569

SME D Bank โชว์ผลงาน ไตรมาส1 ปี 69 ปล่อยกู้ 1.98 หมื่นล. โตสวนตลาด NPL ลดเหลือ 7.86% เร่งปรับพอร์ตหนุนภาคผลิต-อาหาร-เวลเนส รับแรงกดดันต้นทุนพลังงานสูง

KEY

POINTS

  • ธพว. ปล่อยสินเชื่อในไตรมาสแรกของปี 2569 ได้ 19,800 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 90,720 ล้านบาท
  • มีแผนปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ โดยจะลดสัดส่วนภาคการค้า และเพิ่มน้ำหนักให้กับภาคการผลิตเป็น 40% เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้
  • ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรวมทั้งปี 80,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นสนับสนุน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ อาหาร, เกษตรแปรรูป และเวลเนส

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวถึงผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้ถึง 19,800 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 11.75% เมื่อเทียบกับปี 2568 หรือ 19,500 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตประมาณ 3% สวนทางภาพรวมอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะหดตัวถึง -4.5% จากแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

"เม็ดเงินสินเชื่อดังกล่าวก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 90,720 ล้านบาท ช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจฐานราก และรักษาการจ้างงานได้กว่า 541,700 ราย สะท้อนผลเชิงระบบที่มากกว่าการปล่อยสินเชื่อโดยตรง ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่มากกว่า 100,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.05% จากช่วงเดียวกันปีก่อน" นายพิชิต กล่าว

สำหรับ โครงสร้างการปล่อยสินเชื่อยังคงเน้นผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย มากกว่ารายใหญ่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านหลักประกันและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ยาก ธนาคารจึงปรับเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมเร่งกระบวนการอนุมัติ เพื่อให้เงินทุนเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้นในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน

ควบคู่กัน ธนาคารมีประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ โดยมียอดชำระคืนเฉลี่ยเดือนละ 1,500-1,600 ล้านบาท หรือหลายหมื่นล้านบาทต่อปี สะท้อนวินัยทางการเงินของลูกค้าและคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ
 

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 7.86% ลดลงจาก 7.9% ณ สิ้นปี 2568 โดยมีมูลค่า NPL ประมาณ 7,857 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เก่าก่อนปี 2558 จำนวน 5,127 ล้านบาท 5.13% และหนี้หลังปี 2558 จำนวน 2,730 ล้านบาท 2.73%

"หนี้ใหม่ หลังเข้าแผนฟื้นฟูมี NPL เพียงระดับ 2% กว่า สะท้อนการปล่อยสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ธนาคารมีอัตราส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้เสีย (NPL Coverage Ratio) สูงถึง 158% โดยกันสำรองเพิ่มเดือนละ 100 ล้านบาท เพื่อเตรียมรองรับการใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9 ในอนาคต สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน" นายพิชิต กล่าว

สำหรับทิศทางช่วงที่เหลือของปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรวม 80,000 ล้านบาท หมายความว่าในอีก 3 ไตรมาสต้องเร่งปล่อยเพิ่มกว่า 60,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2 และ 3 ที่ต้องทำให้ได้ไม่ต่ำกว่า 70% ของเป้าหมายที่เหลือ

โดยในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 ธนาคารยังเดินหน้าช่วยSMEs ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ เติมทุนวงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่ม 3% คงที่ 3 ปี ผ่อนสูงสุด 10 ปี ผ่านสินเชื่อสำคัญ เช่น SME Green Productivity กู้ได้สูงสุด 30 ล้านบาท ลงทุนพลังงานสะอาด/โซลาร์/EV, สินเชื่อปลุกพลัง SME กู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน และ Beyond ติดปีก SME กู้ได้สูงสุด 30 ล้านบาท ยกระดับธุรกิจ ควบคู่ช่วยลูกหนี้ด้วยแนวทาง “3 ลด” ลดเงินต้น-ดอกเบี้ย-ค่างวด ตามศักยภาพกิจการ และยกระดับผู้ประกอบการผ่าน Upskill/Reskill ใช้เทคโนโลยี-ตลาดใหม่ ผ่านแพลตฟอร์ม DX และกิจกรรม Onsite โดยไตรมาสแรกมีผู้เข้าพัฒนากว่า 1,900 ราย สมาชิกสะสมกว่า 50,660 ราย

นอกจากนี้ จะเร่งสินเชื่อสีเขียววงเงิน 10,000 ล้านบาท หนุนโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานทางเลือก ลดต้นทุนระยะยาว พร้อมพิจารณาขยายเพดานกู้ต่อรายจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท รองรับความต้องการสภาพคล่อง โดยเฉพาะธุรกิจในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ ราคาพลังงานและวัตถุดิบจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ความผันผวนของสภาพอากาศ  ที่กระทบภาคเกษตร และความล่าช้าการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ

สำหรับ อุตสาหกรรมอนาคต ตัวขับเคลื่อนหลัก ของ SME D Bank คือเน้น การมุ่งสนับสนุน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ได้แก่
1.อาหาร  เน้นอาหารแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน และสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล รองรับการส่งออก
2.เกษตรแปรรูป  ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพิ่มมูลค่าแทนการขายวัตถุดิบ
3.เวลเนสครอบคลุมสมุนไพร อาหารสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งสอดรับเทรนด์โลก

"ธนาคารเตรียมปรับโครงสร้างพอร์ต จากปัจจุบันกลุ่มการค้าสัดส่วนราว 40% ภาคการผลิต 20-30% และบริการ 30% โดยจะลดน้ำหนักการค้า เพิ่มสัดส่วนภาคการผลิต เป็น 40%  และคงบริการใกล้ 30% เพื่อดันภาคการผลิตเป็นแกนหลัก เนื่องจากสร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้ และจ้างงานได้สูงกว่า" นายพิชิต กล่าว

ทั้งหมดสะท้อนบทบาทเชิงรุกของธนาคารในการช่วยเอสเอ็มอีทุกช่วงเศรษฐกิจ ไม่เพียงประคองระยะสั้น แต่ยังวางฐานสู่เศรษฐกิจสีเขียวและโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการผลิต เหมือน ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงในปี 2569
 

ข่าวล่าสุด

SENA ปั้น Green Auto เชื่อมบ้าน-รถ-พลังงาน สู่แพลตฟอร์มยั่งยืน

SENA ปั้น Green Auto เชื่อมบ้าน-รถ-พลังงาน สู่แพลตฟอร์มยั่งยืน