เอกนิติ ถก 3 เครดิตโลก ย้ำศก.ไทยแกร่ง เงินสำรองสูงกว่าหนี้ตปท..2.5 เท่า
เอกนิติหารือ Fitch S&P Moody’s เวที IMF-WB ย้ำเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ หนี้ในประเทศกว่า99% เงินสำรองสูงหนุน มุ่งนโยบายคลังยั่งยืน เน้นลงทุนอนาคต
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้หารือกับ 3 สถาบันจัดอันดับเครดิตโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย
- ย้ำถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ โดยมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นเกือบ 2.5 เท่า
- ชี้แจงว่าโครงสร้างหนี้สาธารณะกว่า 99% เป็นหนี้ในประเทศ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำจากความผันผวนของการเงินโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้หารือกับผู้บริหารของสถาบันจัดอันดับเครดิต 3 แห่ง ประกอบด้วย Fitch Ratings, S&P Global Ratings, และ Moody’s Investors Service ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในการนี้ รองนายกฯ เอกนิติ ได้เน้นย้ำกับทั้ง 3 สถาบันว่า เศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพโดยรวมที่ดีและสามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกได้ โดยโครงสร้างหนี้สาธารณะเกือบทั้งหมด (กว่า 99%) เป็นหนี้ภายในประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่ำมากจากภาวะความผันผวนของการเงินโลก อีกทั้งไทยยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 280 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึงเกือบ 2.5 เท่า และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกันชนสำคัญต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ในด้านนโยบาย ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework) โดยมุ่งรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ควบคู่กับการคงความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนจากภายนอก โดยมีแนวทางสำคัญคือการใช้มาตรการการคลังแบบ “มุ่งเป้า” (Target) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายภาครัฐ และการใช้นโยบายการคลังในระยะข้างหน้าจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดลดการพึ่งพาน้ำมัน (Transition) รวมถึง การปฎิรูปเศรษฐกิจสู่การเติบโตระยะยาว(Transform) โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์


