posttoday

เปิดสัปดาห์ ตลาดหุ้นเอเชียทรุด ราคาน้ำมันพุ่ง เสี่ยงศก.โลก

30 มีนาคม 2569

เปิดสัปดาห์ ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนักจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งทำสถิติ เสี่ยงเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจโลกถดถอย นักลงทุนจับตาท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ

ตลาดการเงินเอเชียเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียจะยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงจนมีแนวโน้มทำสถิติรายเดือนสูงสุด ซึ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

 

รายงานของ Financial Times ระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐอาจพิจารณายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน ขณะเดียวกันยังส่งสัญญาณว่าโอกาสในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

 

ด้านปากีสถานประกาศเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจา “อย่างมีนัยสำคัญ” เพื่อยุติความขัดแย้งเกี่ยวกับอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ก่อนหน้านี้เตหะรานจะกล่าวหาว่าสหรัฐกำลังเตรียมการโจมตีภาคพื้นดิน โดยกองทัพสหรัฐได้ส่งกำลังเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคแล้ว ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น

 

นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ชี้ว่า อิหร่านยังคงมีอำนาจต่อรองสูงจากการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก รวมถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน ทำให้มีแรงจูงใจต่ำในการยอมถอย และเพิ่มแรงกดดันให้สหรัฐต้องพิจารณายกระดับสถานการณ์ โดยคาดว่าสงครามอาจยืดเยื้ออย่างน้อยถึงเดือนมิถุนายน และมีความเสี่ยงยืดเยื้อยาวนานกว่านั้น

เปิดสัปดาห์ ตลาดหุ้นเอเชียทรุด ราคาน้ำมันพุ่ง เสี่ยงศก.โลก

 

การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ผลักดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลากหลายประเภทพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย พลาสติก อะลูมิเนียม รวมถึงเชื้อเพลิงสำหรับการบินและการขนส่ง ส่งผลให้ราคาสินค้าอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม

 

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นร่วงลงอีก 4.7% ทำให้ยอดขาดทุนในเดือนมีนาคมเกือบแตะ 14% ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง 4.2% และดัชนี MSCI เอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 1.2%

 

ตลาดล่วงหน้าของสหรัฐและยุโรปก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดย S&P 500 futures ลดลง 0.7% และ Nasdaq futures ลดลง 0.9% ขณะที่ดัชนีหลักของยุโรปลดลงเฉลี่ยราว 1.0-1.5%

 

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.0% แตะระดับ 115.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นรวม 60% ในเดือนเดียว สูงกว่าช่วงหลังสงครามอิรักบุกคูเวตปี 1990 ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.0% สู่ระดับ 102.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นรายเดือน 53%

 

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดต่อเนื่อง จะทำให้ปริมาณสำรองพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจดันราคาน้ำมันขึ้นแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมสร้างข้อจำกัดรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรม

เปิดสัปดาห์ ตลาดหุ้นเอเชียทรุด ราคาน้ำมันพุ่ง เสี่ยงศก.โลก

 

แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนปรับมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยสุทธิ 12 เบซิสพอยต์ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 50 เบซิสพอยต์เมื่อเดือนก่อน

 

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เช่น ยอดค้าปลีก ภาคการผลิต และการจ้างงาน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม หลังลดลงอย่างหนักในเดือนก่อน

 

ในยุโรป คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จาก 1.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและความจำเป็นในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นแตะ 4.428% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากสถานะสกุลเงินหลักของโลกและความได้เปรียบของสหรัฐในฐานะผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ

 

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าแตะระดับ 160.12 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ส่วนค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม

 

ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลง 1.0% สู่ระดับ 4,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่ได้รับแรงหนุนมากนักในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ความผันผวนในตลาดการเงินจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

ข่าวล่าสุด

รักยิ้ม (RakYim) พบหมอฟัน-ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทยแบบออนไลน์!