หุ้นโลกเลือดสาด! หุ้นไทยระส่ำ ASPS เปิดเกมรับ ถือเงินสด-เก็บหุ้นปันผลสูง
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เตือนหุ้นโลกเข้าโหมด “แดงเดือด” สงครามลากยาว 30 วัน ดันน้ำมันพุ่ง เสี่ยง Recession แนะตุนเงินสด 30% หลบภัย DR พลังงาน-หุ้นปันผล
KEY
POINTS
- บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เตือนหุ้นโลกเข้าโหมด “แดงเดือด” สงครามลากยาว 30 วัน ดันน้ำมันพุ่ง เสี่ยง Recession
- แนะตุนเงินสด 30%
- หลบภัย DR พลังงาน-หุ้นปันผล
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญสภาวะ "แดงเดือด" จากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันขาดแคลน (Supply Shortage) ที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น
หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 30 ผสานกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2022
สมรภูมิขยายวง ขู่ปิดช่องแคบ-รัสเซียระงับส่งออกน้ำมัน สถานการณ์ความตึงเครียดได้ขยายวงกว้างขึ้นเมื่อกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมสงคราม โดยได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา
พร้อมขู่ว่าจะปิดช่องแคบ Bab al-Mandab ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 5% ของอุปทานโลก) หากมีการใช้ทะเลแดงเป็นฐานโจมตีอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารภาคพื้นดินสูงสุด 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเลื่อนเส้นตายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นวันที่ 6 เม.ย. นี้ก็ตาม
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากฝั่งรัสเซียที่การส่งออกน้ำมันหยุดชะงักอย่างน้อย 40% หลังถูกโดรนยูเครนโจมตีและมีการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้รัสเซียเตรียมงดส่งออกน้ำมัน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นราว 3.2% ยืนเหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนักและปรับตัวลงแรง (สหรัฐฯ -1.7% ถึง -2.2%, ญี่ปุ่น -4.6%, เกาหลีใต้ -4.0%)
ตลาดหุ้นโลกเข้าโซนหมี กองทุนแห่ตุนเงินสดสูงสุดนับแต่ยุคโควิด
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, อินเดีย ได้ปรับตัวลดลงแรงจนหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (SMA 200) เข้าสู่สภาวะตลาดหมี (Bear Market) และโซนปรับฐาน (Correction) อย่างเต็มตัว
ขณะที่ความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เริ่มกลับมาหลอกหลอน
ล่าสุด Bloomberg ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์โอกาสเกิด Recession ในสหรัฐฯ ในอีก 1 ปีข้างหน้าขึ้นเป็น 30% จากเดิม 25% สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเพิ่มสัดส่วนการถือครอง "เงินสด" ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.3% (จากระดับ 3.4%)
ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่นโยบายการเงินอาจต้องเข้มงวดขึ้นและกำไรของบริษัทจดทะเบียนอาจถูกปรับลดประมาณการลง
ไทยรับแรงกระแทกผ่าน "เงินเฟ้อ" ชูกลยุทธ์ถือเงินสด 30% ซื้อ DR พลังงาน สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ฝ่ายวิจัยประเมินโดยเทียบเคียงกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน (ปี 2022-2023) ว่า สงครามไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงด้านความขัดแย้งทางทหาร
แต่จะโจมตีผ่านราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งในอดีตเคยฉุดให้การเติบโตของ GDP ไทยชะลอตัวลงจากระดับ 4.4% ลงมาเหลือเพียง 1.5-1.9% รวมถึงกดดันการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก ในสภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนสูง
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ดังนี้
1. เพิ่มสัดส่วนเงินสด แนะนำให้ถือเงินสดระดับ 30% ขึ้นไป เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน
2. ลงทุนใน DR กลุ่มพลังงาน สินทรัพย์ที่อิงกับน้ำมันถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ที่ดีที่สุดในยามสงคราม แนะนำ OIL03 (อ้างอิง ETF น้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลงน้อยสุดเพียง -3.0% YTD)
และ PETROCN80 (อ้างอิงหุ้น PetroChina ซึ่งได้ประโยชน์จากพลังงานแข็งแกร่งและมีปันผลสม่ำเสมอ)
3. สะสมหุ้นปันผลสูง (Selective) เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและจ่ายปันผลสูงเพื่อเป็นเกราะป้องกัน
โดยมีหุ้น Top Picks ได้แก่ BBL, PTT, CPF, KTB, GUNKUL, GULF, BGRIM, ICHI, NER และ OR.


