posttoday

“ปกรณ์” ลาออกประธานบอร์ด PTTGC มีผลวันนี้ สู่เก้าอี้รองนายกฯ ครม. อนุทิน 2

25 มีนาคม 2569

เส้นทางการเมืองครั้งใหม่ของ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" จากมือกฎหมายกฤษฎีกาสู่เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ครม.อนุทิน 2

KEY

POINTS

  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC โดยมีผล 25 มี.ค.69
  • การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในรัฐบาลชุดใหม่ หรือ "ครม. อนุทิน 2"
  • นายปกรณ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็น "มือกฎหมาย" คนสำคัญของรัฐบาล

ท่ามกลางการจัดสรรโควตารัฐมนตรีในรัฐบาล "อนุทิน 2" ชื่อของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้กลายเป็นจุดสนใจในฐานะบุคคลที่พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งนับเป็นย่างก้าวสำคัญจากการเป็นข้าราชการเทคโนแครตระดับสูงเข้าสู่สนามการเมืองระดับบริหารอย่างเต็มตัว

ลาออกจากตำแหน่งในภาคธุรกิจ สัญญาณการเข้าสู่ ครม.

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ตอกย้ำการเตรียมตัวรับตำแหน่งทางการเมือง คือการประกาศลาออกจากตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการอิสระ โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่แจ้งเป็นต้นไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ นายปกรณ์เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ PTTGC เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อแทนที่นายปรีดี ดาวฉาย ซึ่งหมายความว่าเขาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพียง 1 เดือนเท่านั้น ก่อนจะตัดสินใจสิ้นสุดวาระก่อนกำหนดเพื่อเตรียมพร้อมรับภารกิจใหม่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายตามที่มีรายงานข่าว

ประวัติและบทบาทสำคัญในฐานะ "มือกฎหมาย" และ "กรรมการ"

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ในวัย 57 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่งหัวเรือใหญ่ด้านกฎหมายของภาครัฐ นอกจากบทบาทในภาครัฐแล้ว เขายังมีบทบาทสำคัญในฐานะกรรมการในองค์กรระดับชาติและบริษัทมหาชนหลายแห่ง ได้แก่

  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT: ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ดำรงตำแหน่งกรรมการ
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.): ดำรงตำแหน่งกรรมการ

การที่นายปกรณ์ควบตำแหน่งสำคัญทั้งในหน่วยงานกำกับดูแลนโยบายการเงิน นโยบายตลาดทุน และบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความสามารถเชิงกฎหมายและการบริหารจัดการองค์กรในระดับสูง

ก้าวต่อไปในรัฐบาล "อนุทิน 2"

การเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายของนายปกรณ์ภายใต้โควตาของพรรคภูมิใจไทย ถูกมองว่าเป็นการเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนและกฎหมายปกครองอย่างถ่องแท้ เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนกลไกทางกฎหมายของรัฐบาล 

การลาออกจาก PTTGC ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสละตำแหน่งในภาคธุรกิจ แต่คือการเคลียร์บทบาทซ้ำซ้อนเพื่อเข้ามารับหน้าที่ "มือกฎหมาย" ของรัฐบาลอย่างเต็มตัว ซึ่งน่าจับตามองว่าความเชี่ยวชาญของเขาจะถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายหลักของพรรคแกนนำและรัฐบาลชุดนี้อย่างไรต่อไป

ข่าวล่าสุด

Amity บริษัท AI ไทยเผย ยอดลงทุนในอาเซียนลด 40% ยันไม่กระทบบริษัท