“ปรัธนา” วางหมาก AIS ปี 69 ดัน 5G-ดาต้าเซ็นเตอร์ ปั้นไทย ดิจิทัล ฮับ
“ปรัธนา ลีลพนัง” กางแผนลงทุนปี 69 ทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน ยกระดับเครือข่าย เร่งขยายผู้ใช้ 5G ทะลุ 20 ล้านราย มั่นใจ "ธนาคารคลิกซ์" ช่วยลูกค้าเข้าถึงแหล่งทุน
เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองว่า เครือข่าย เป็นเพียงแค่การ สื่อสาร ทำให้ วิสัยทัศน์ ในการทำงานของ ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในปี 2569 ยังคงเดินหน้า วางงบลงทุนรวม (CAPEX) ไว้ที่ 30,000 - 35,000 ล้านบาท เพื่อเน้นสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเช่น โครงข่ายโทรศัพท์, บรอดแบนด์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง ดาต้า เซ็นเตอร์ ที่รองรับความต้องการระดับ โลก และมองไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
รวมถึง คลาวด์ และ International Connectivity เชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใต้น้ำ โดยใช้เครือข่ายของพาร์ทเนอร์อย่าง สิงเทล เป็นจุดแข็ง ขณะเดียวกันยังมีการนำ AI มาสร้าง "Autonomous Network" ซึ่งเป็นระบบโครงข่ายอัจฉริยะที่สามารถทำนายปัญหาและซ่อมแซมตัวเองได้ เพื่อรักษาคุณภาพการบริการสูงสุดให้แก่ลูกค้า
ปรัธนา มองว่า อุตสาหกรรมสื่อสารในไทยยังมีโอกาสเติบโตแบบธรรมชาติ แม้ดูเหมือนตลาดจะอิ่มตัว แล้วก็ตาม เนื่องจากปัจจุบัน 5G มีอัตราการเข้าถึงเพียง 37% แม้เครือข่ายจะครอบคลุมประชากรไปแล้วกว่า 95% ก็ตาม ขณะที่ธุรกิจ โมบายล์ ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 45-47 ล้านเลขหมาย คาดว่าจะทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดย AIS ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ 5G จาก 17 ล้านราย เป็นกว่า 20 ล้านราย ภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการเพิ่ม รายได้ต่อเดือนต่อเลขหมาย ด้วยการจูงใจให้ลูกค้าขยับจาก 4G มาเป็น 5G ซึ่งมักจะมีแพ็กเกจที่ราคาสูงกว่า และคุ้มค่ากว่าในเชิงการใช้งานดาต้า
สำหรับตลาดอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS ตั้งเป้าเติบโตกว่า 10% และมองว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันมีการเข้าถึงเพียง 50% หรือประมาณ 11 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 22-26 ล้านครัวเรือน เมื่อเทียบกับจีนที่มีการเข้าถึงสูงถึง 103% ทำให้ AIS เชื่อมั่นว่าตลาดยังขยายตัวได้อีก คาดรายได้ จากส่วนนี้ เติบโตประมาณ 9%
ขณะเดียวกันแนวโน้มความต้องการใช้งาน ดาต้า ที่เพิ่มขึ้น และเทรนด์การใช้งานเปลี่ยนจากเดิมที่เน้น "ดาวน์โหลด" (ดูวิดีโอ/โซเชียล) เป็นการ "อัปโหลด" มากขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลมาจากการส่งข้อมูลปริมาณมากผ่าน AI และการทำงานบนคลาวด์ เช่น ChatGPT หรือการอัปโหลดวิดีโอคุณภาพสูง
AIS ได้เตรียมโครงข่าย 5G และไฟเบอร์ให้พร้อมรองรับพฤติกรรม "ส่งออกข้อมูล" นี้โดยเฉพาะ จึงคาดว่าจะเติบโตขึ้น 10-15% ในปีนี้ โดยประเทศไทยกำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกให้เป็น ดิจิทัล ฮับ ของภูมิภาค เป็นเป้าหมายหลักในการเข้ามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
ปรัธนา ยังฉายภาพต่อว่า นอกเหนือจากบริการโครงสร้างพื้นฐานแล้ว AIS ยังมีการรุกเข้าสู่ธุรกิจแพลตฟอร์มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับฐานลูกค้า ได้แก่ กลุ่มบริการทางการเงิน ซึ่งความคืบหน้าของ Virtual Bank (ธนาคารไร้สาขา) คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.2569 นี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
บริการดังกล่าวเน้นการใช้ข้อมูล บิ๊ก ดาต้า และเทคโนโลยีในการพิจารณาสินเชื่อ แทนการใช้พนักงานหรือสาขา รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ยาก ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อต้องการสร้าง Ecosystem ให้การใช้จ่ายและบริการทางการเงินเชื่อมโยงกับฐานลูกค้าเดิมของ AIS อย่างสมบูรณ์ ภายใต้ชื่อ "ธนาคารคลิกซ์" (CLIX Bank) สัดส่วนถือหุ้นคือ ADVANC ถือหุ้น 39%, ธนาคารกรุงไทย ถือหุ้น 41% และ OR ถือหุ้น 20% โดยจัดตั้งบริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
นอกจากนี้ AIS ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเป็นตัวกลางรวบรวมคอนเทนต์ระดับโลก เน้นความหลากหลายทั้งความบันเทิงทั่วไป เช่น Disney+, HBO, Viu และกีฬา เช่น EPL, Thai League, NBA, กอล์ฟ LPGA/PGA มาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความสะดวกและคุ้มค่าที่สุดให้ลูกค้า แทนที่จะเน้นการผลิตคอนเทนต์เอง
ส่วนในด้านกีฬาจะเน้นสิ่งที่คนไทยชื่นชอบเป็นหลัก เช่น ฟุตบอลไทย และ LPGA มีทั้งคอนเทนต์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ และการทำแพ็กเกจร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมยืนหยัดต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง


