posttoday

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

14 มีนาคม 2569

รายงานพิเศษ : เปิดเส้นทางการเติบโตของผลผลิตมันฝรั่งไทย จาก 2,000 สู่ 100,000 ตันต่อปี ภายใต้ความร่วมมือ "เป๊ปซี่โคและเกษตรกร" กว่า 4,830 ครัวเรือน พร้อมถอดบทเรียนจาก "อดีตวิศวกร และ คนรุ่นใหม่" ผันตัวสร้างความมั่งคั่งบนแผ่นดินเกิด อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ด้วยเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสมัยใหม่

KEY

POINTS

  • รายงานพิเศษ : เปิดเส้นทางการเติบโตของผลผลิตมันฝรั่งไทย จาก 2,000 สู่ 100,000 ตันต่อปี
  • ภายใต้ความร่วมมือ "เป๊ปซี่โคและเกษตรกร" กว่า 4,830 ครัวเรือน พร้อมถอดบทเรียนจาก "อดีตวิศวกร และ คนรุ่นใหม่"
  • ผันตัวสร้างความมั่งคั่งบนแผ่นดินเกิด อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ด้วยเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสมัยใหม่

เส้นทาง "สวนมันฝรั่ง" จากผืนดินไทยสู่ซองขนมขบเคี้ยวระดับโลก ที่ถักร้อยด้วยสายสัมพันธ์ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษระหว่าง "เป๊ปซี่โค ประเทศไทย" และเกษตรกรไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538

ภายใต้การบริหารจัดการของ "คุณอานนท์ สุนทรนนท์" ผู้จัดการฝ่ายเกษตรประเทศไทยของเป๊ปซี่โค(PepsiCo)ในประเทศไทย เป็นผู้ดูแลภาพรวมการทำเกษตรในประเทศไทยทั้งหมด

อานนท์ สุนทรนนท์

และ "คุณยุ้ย" สุดาทิพย์ อินเสาร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดูแลในส่วนงานส่งเสริมการเกษตรหน้าที่หลักของทีมครอบคลุม วงจรห่วงโซ่อุปทานมันฝรั่ง (Potato Supply Chain)

นับตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือการคัดเลือกหัวพันธุ์มันฝรั่งที่มีคุณภาพเพื่อส่งมอบให้เกษตรกร, การส่งเสริมเทคนิคการปลูก, การบริหารจัดการซื้อคืนผลผลิต, การดูแลระบบห้องเย็นเพื่อจัดเก็บ

ก่อนส่งมอบวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานตลอดทั้งปี โดยใช้ระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ที่ให้ความมั่นคงด้านราคาแก่เกษตรกร ด้วยการ "ประกันราคาขั้นต่ำ" ในช่วงหน้าแล้งที่ 11 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาดที่เกษตรกรมักประสบกับพืชชนิดอื่น

จาก 2,000 สู่ 1 แสนตันต่อปี

วอลุ่มการผลิตในอดีตเพียง 2,000 ตัน วันนี้ทะยานสู่ 100,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 10% จากปี 2568 ที่ผ่านมาทำได้ 90,000 ตัน โดยมีเกษตรกรในเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 4,830 ครัวเรือน

กระจายอยู่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เชียงใหม่ที่เป็นพื้นที่หลัก ไปจนถึงพะเยา, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, ตาก, เพชรบูรณ์ และพื้นที่ภาคอีสาน อย่าง นครพนม, สกลนคร และอีก 40% นำเข้ามันฝรั่งจากต่างประเทศ ทั้ง เอเชียและยุโรป

พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีกเกือบ 10,000 ไร่ ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 35,000 ไร่ ใน 9 จังหวัด เพื่อให้ได้ผลผลิตรวมประมาณ 140,000 ตัน

สุดาทิพย์ อินเสาร

รู้หรือไม่ว่า! มันฝรั่งทอดกรอบ 1 ซอง ใช้มันฝรั่งเท่าไหร่ ?

ทางฝ่ายขายจะกำหนดเป้าหมายยอดขายว่าต้องการขายกี่ตัน จากนั้นทีมจะคำนวณย้อนกลับจากสินค้าสำเร็จรูป (FG) มาเป็นปริมาณมันฝรั่งสดที่ต้องการ โดยพิจารณาเรื่องต้นทุนและสัดส่วนที่จะใช้มันฝรั่งในประเทศ 

ในการคำนวณเบื้องต้น มันฝรั่งทอดหนึ่งถุง น้ำหนักเนื้อประมาณ 70 กรัม จะต้องใช้มันฝรั่งสดประมาณ 280 กรัม หรือคิดเป็น 4 เท่าของน้ำหนักหลังสไลด์ ซึ่งต้องบวกเปอร์เซ็นต์ส่วนสูญเสีย (Waste) เพิ่มเติมเข้าไปด้วย

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

ความสำเร็จนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่ตัวเลขผลผลิต แต่ยังสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่เป็น "ฮีโร่" ในพื้นที่บ้านวังถ้ำแก้ว (บ้านกาญจนา) ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา "โพสต์ทูเดย์" ได้พบกับภาพลักษณ์ใหม่ของเกษตรกรไทย

ศาสตร์แห่งการเพาะปลูก

มันฝรั่งเป็นพืชเมืองหนาว แต่บ้านเราปลูกในเขตชื้น ซึ่งมีช่วงเวลาที่เหมาะสมสั้นมาก ปัญหาใหญ่คือ "ฤดูปลูกหดสั้นลง" ปกติจะเริ่มปลูกช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน แต่ปีนี้เริ่มร้อนเร็วตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้วงจรการเจริญเติบโตเหลือเพียง 60 วัน ส่งผลให้การสร้างหัวมันฝรั่งทำได้ช้าลง

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากฝนหลงฤดูที่มักจะตกในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเคยสร้างความเสียหายหนักมาแล้วในปี 2022

"คุณยุ้ย" เล่าว่า ทางแก้ไขคือการพัฒนา "สายพันธุ์ที่ทนร้อนและทนโรค" ปัจจุบันบริษัทใช้พันธุ์เฉพาะของตัวเองที่มี "ดอกสีม่วง" แทนพันธุ์ Atlantic (ดอกสีขาว) ที่เป็นพันธุ์สาธารณะและเริ่มมีความนิยมลดลงในตลาดโลก พันธุ์ดอกสีม่วงนี้มีความทนทานต่อโรค ให้ผลผลิตเร็ว และเก็บรักษาได้นานกว่า

นอกจากนี้ยังแนะนำให้เกษตรกรปลูกให้เร็วขึ้นเพื่อเลี่ยงความร้อน และปรับวิธีการจัดการฟาร์ม เช่น การทำร่องปลูกให้ใหญ่พอที่จะระบายน้ำได้ดีหากฝนตก แต่ยังคงความชื้นและอุณหภูมิที่เย็นไว้ใต้ดินได้ในช่วงที่อากาศร้อน

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

การปลูกมันฝรั่งให้ได้คุณภาพระดับโรงงานไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สามารถ "ฝากเทวดาเลี้ยง" ได้ ต้องอาศัยความใส่ใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่การตรวจประวัติการใช้ดิน เช่น หากเคยปลูกขิง หรือ พริกมาก่อนจะปลูกไม่ได้เพราะมีเชื้อโรคสะสม ไปจนถึงการจัดการตามสภาพอากาศ

สิ่งสำคัญคือเป็นพื้นที่ที่อากาศดีและเหมาะสมกับการปลูกมันฝรั่งมากกว่าบางพื้นที่ในลำปางหรือเชียงรายที่อาจร้อนเกินไป นั่นจึงเป็นที่มาของคำตอบที่ว่า.. ทำไมต้องปลูกที่ "อำเภอเชียงคำ" จังหวัดพะเยา

เรื่องเล่า "เกษตรกรฮีโร่"

จากวิศวกรคอมพิวเตอร์สู่ผู้ใหญ่บ้านนักปลูก "คุณภูรินท์ โชติมา" เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด จบวิศวะคอมพิวเตอร์และเคยทำงานที่บริษัท IBM รวมถึงเปิดบริษัทของตัวเอง

แต่จุดหนึ่งเริ่มเบื่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จึงย้ายมาอยู่บ้านภรรยาที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้ประมาณ 25 ปี ข้อดีของที่นี่คือมีน้ำตลอดทั้งปี สามารถปลูกพืชได้ถึง 3 ช่วงต่อปี

ปัจจุบัน คุณภูรินท์ ดำรงตำแหน่ง "ผู้ใหญ่บ้าน" และทำไร่มันฝรั่งประมาณ 22 ปี

ภูรินท์ โชติมา

เขาเล่าว่า เมื่อก่อนชาวบ้านจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สลับกับทำนา ซึ่งต้องลงทุนเองทั้งหมดและมีความเสี่ยงเรื่องราคา จนกระทั่งบริษัทเลย์ (PepsiCo) เข้ามาทำพันธสัญญา

ข้อดีที่สุดของการปลูกมันฝรั่งกับเป็บซี่โค คือ "ไม่ต้องลงทุนเอง" เพราะบริษัทสนับสนุนหัวพันธุ์และปัจจัยการผลิตให้ก่อน

ในเวลาเพียง 3 เดือนของการปลูกหน้าแล้ง เขาสามารถสร้างรายได้จากการปลูก 5 ไร่ ได้ถึง 260,000 บาท หลังจากหักต้นทุนประมาณ 80,000 บาท เมื่อเฉลี่ยแล้วตกเดือนละ 70,000-80,000 บาท สูงกว่าการทำงานในเมืองเสียอีก

ปัจจุบันเกษตรกรยุคใหม่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างมากเพื่อลดแรงงานและต้นทุน เช่น รถอีมุ่น(รถไถขนาดเล็ก) ที่ใช้กลบดิน หรือการใช้โดรนพ่นปุ๋ยและยาซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียงไร่ละ 100 บาท ประหยัดและปลอดภัยกว่าการจ้างคนแบกถังยา อีกทั้งทางบริษัทมีโดรนสำหรับบินสำรวจตรวจสอบเรื่องโรคและแมลงในแปลงให้เกษตรกรเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีระบบพืชหมุนเวียน 3 ช่วง คือ มันฝรั่ง, ข้าวโพดหวาน และข้าว ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปีและใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สูงสุด

ถามว่า การปลูกมันฝรั่งดีกว่าพืชอื่นๆอย่างไร ?

การปลูก "มันฝรั่ง" ดีกว่าในเรื่องของความแน่นอนด้านราคา อย่าง "ข้าวโพด" ปีก่อนไม่มีการประกันราคา ช่วงจะปลูกบอกราคาอยู่ที่ 5 บาท แต่พอเก็บเกี่ยวเหลือ 4 บาท แถมต้นทุนค่ารถเกี่ยวก็ขึ้นตามราคาน้ำมันและสภาพอากาศที่ฝนชุก

แต่สำหรับ "มันฝรั่ง" ทาง "เป๊ปซี่โค (PepsiCo)" มีสัญญาประกันราคาที่ชัดเจน หากเกษตรกรดูแลดี ผลผลิตออกมาดี รายได้ก็มั่นคงกว่ามาก

ตัวอย่าง ผลผลิตเฉลี่ยขั้นต่ำในปีที่ผ่านมา ผมทำ 5 ไร่ ต้นทุนเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท แต่ในระยะเวลาเพียง 3 เดือน สามารถขายได้ถึง 260,000 บาท เมื่อหารเฉลี่ยแล้วตกเดือนละ 70,000 - 80,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการทำงานในเมือง

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

Young Smart Farmer ผู้คืนถิ่น!

"คุณรัก" สุมิตรา ใจดี เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เคยทำงานเก็บผลไม้ในออสเตรเลียและมีรายได้เกือบ 200,000 บาทต่อเดือน แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับบ้านมาสานต่ออาชีพของพ่อ

ผู้ที่เป็นเกษตรกรรุ่นแรกๆที่เริ่มปลูกมันฝรั่งส่ง PepsiCo เห็นคุณพ่อทำมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมต้น จนถึงตอนนี้อายุ 36 ปี 

"คุณรัก" เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า หลังเรียนจบชั้น ปวช. จึงเดินทางไปเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ ราว 4 ปี แต่ด้วยความรู้สึกว่ายังไม่ชอบงานเกษตรเท่าไหร่ แม้จะกลับมาช่วยที่บ้านบ้างแต่ยังไม่ได้ทำการเกษตรเต็มตัว 

ต่อมาตัดสินใจไปเรียนและทำงานที่ประเทศออสเตรเลียถึง 7 ปี โดยทำงานเหมาเก็บผลผลิตพวกสตรอว์เบอร์รี่, มะเขือเทศ, ถั่ว และซูกินี รายได้ที่นั่นดีมาก รับเงินเป็นรายสัปดาห์ (Week) ถ้าเราทำงานเร็ว ขยันเก็บได้เยอะตามปริมาณถังที่กำหนด เราก็ได้เงินเยอะตามไปด้วย แต่ก็เป็นงานที่หนักมากเช่นกัน

สุมิตรา ใจดี

จุดเปลี่ยน..ทิ้งรายได้หลักแสน กลับมาทำไร่บ้านเกิด ?

แต่ด้วยเริ่มรู้สึกอิ่มตัวหลังจากอยู่ที่นั่นมา 7 ปี แม้รายได้เยอะแต่รายจ่ายเยอะเช่นกัน หากกลับมาอยู่ที่บ้านได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มแก่ตัวลง อีกทั้งเรามีครอบครัวและลูกที่ต้องดูแล รวมถึงมีพื้นที่ไร่นาที่บ้านจำนวนมากต้องกลับมาช่วยดูแลเช่นกัน

ที่สำคัญคือเห็นผลตอบแทนจากการปลูกมันฝรั่งของคุณพ่อและน้องชายในปีที่ผ่านมา ซึ่งปลูกรวมกันมากกว่า 20 ไร่ ใช้เวลาแค่ 3 เดือน แต่ได้ค่าตอบแทนมากกว่า 300,000 บาท ทำให้เห็นว่ามันใช้เวลาไม่นาน เห็นผลเร็ว และเห็นเงินเร็วจึงตัดสินใจกลับบ้าน

ในปี 2569 ถือเป็นปีแรกที่คุณรักตัดสินใจปลูกมันฝรั่งแบบเต็มตัว บนที่ดิน 3 ไร่ ขณะที่คุณพ่อทำ 18 ไร่ และน้องชายทำ 4 ไร่ ปกติที่คุณพ่อทำจะได้ผลผลิตประมาณ 4 ตันกว่าๆ ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่ด้วยปีนี้สภาพอากาศดูดีกว่าปีที่แล้วที่เจอทั้งฝนและอากาศร้อนจัด รักจึงคาดว่าผลผลิตปี 2569 นี้น่าจะออกมาดีกว่าเดิม

วิถีเกษตรออสเตรเลียปรับใช้ไร่ในไทยอย่างไร ?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การดูและการดูแลดิน" รักจะเช็กก่อนว่าดินของเราเป็นดินร่วนหรือดินทราย ถ้าดินไม่สวยก็จะนำพวกเปลือกข้าว หรือ แกลบ และขี้วัวมาปรับหน้าดิน ซึ่งในต่างประเทศจะใช้ปุ๋ยเคมีที่เป็นฝุ่นเม็ดเยอะ แต่คุณรักพยายามใช้สารเคมีให้น้อยลง เพื่อให้ดินยังดีอยู่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่นต่อได้ทันที

นอกจากนี้ ออสเตรเลียใช้เครื่องจักรเยอะมาก แต่ของเราจะเน้นปรับใช้เครื่องมือที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น

  • รถอีมุ่น เป็นรถไถขนาดเล็กที่ใช้สำหรับกลบดิน สามีของรักและคุณพ่อเป็นคนขับเองเพื่อลดค่าจ้างแรงงานภายนอก
  • เครื่องโบ้ ใช้สำหรับพ่นยาและปุ๋ย ซึ่งจะรวดเร็วกว่าการใช้แรงงานคนและราคาถูกกว่าการจ้างโดรน โดรนคิดไร่ละ 100 บาท แต่เครื่องโบ้ลงทุนครั้งเดียวประมาณ 2,000 บาท

"ในหนึ่งปีพื้นที่นี้ปลูกได้ถึง 3 อย่างคือ มันฝรั่ง -> ข้าวโพดหวาน -> ข้าว ทำให้ที่ดินสร้างรายได้ตลอดปี หากบริหารจัดการดีๆ อาชีพนี้สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ในเมืองไทย"

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

ท้ายที่สุดอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ลองเปิดใจหันมาทำเกษตร มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดและให้ผลตอบแทนที่ดีมาก แต่อยากให้ศึกษาข้อมูลก่อน ลงมือทำจริง และดูว่าผลตอบแทนคุ้มค่าไหม

การมีที่ดินและมีความรู้ซัพพอร์ตเป็นโอกาสที่ดีมาก อยู่ที่ว่าเราจะตัดสินใจลงมือทำหรือเปล่า เพราะมันอาจจะยากแค่ครั้งแรก แต่ไม่ได้ยากตลอดไป 

ถามว่า.. เกษตรพันธสัญญา (Contract Farming)กับเลย์ ดีอย่างไร ? คำตอบที่ได้ชัดเจน คือ เกษตรกรไม่ต้องกังวลเรื่องการหาตลาด ราคา และไม่ต้องควักเงินลงทุนทั้งหมดเองในตอนแรก

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

การเดินทางของมันฝรั่งจากหยาดเหงื่อของเกษตรกรไทย สู่ความเชี่ยวชาญของเป๊ปซี่โค จึงไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของการเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนของ "ครอบครัวมันฝรั่ง" บนผืนแผ่นดินไทย.

เจาะโมเดลเกษตรพันธสัญญา! "เป๊ปซี่โค" พลิกชีวิตเกษตรกรไทย ลุยมันฝรั่งยั่งยืนกว่าแสนตัน

ข่าวล่าสุด

ไทยผนึกนานาชาติทลายแก๊งสแกม ปิดบัญชีมิจฉาชีพกว่า 1.5 แสน