posttoday
มรสุมประกันวินาศภัย

มรสุมประกันวินาศภัย

10 กุมภาพันธ์ 2554

...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บวกกับภัยน้ำท่วมที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ภาคธุรกิจประกันภัยเองถึงกับใจเสียว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจมากน้อยแค่ไหน และก็ไม่มั่นใจว่าในปี 2553 เบี้ยประกันภัยจะเติบโตได้ถึง 89% ตามที่ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่

แต่เมื่อผลสรุปออกมาว่า เบี้ยรับรวมของธุรกิจประกันภัยในปี 2553 สามารถปิดตัวเลขได้ถึง 1.3 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 13% ก็แสดงให้เห็นว่ายังมีปัจจัยบวกด้านอื่นมาสนับสนุน

โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยในปีที่ผ่านมายังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ยอดขายรถยนต์ป้ายแดงและบ้านจัดสรรขายดีเป็นอย่างมาก

รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่ดี จึงทำให้ยอดขายเบี้ยประกันทุกประเภทยังคงเดินหน้าเติบโตได้สูง

อย่างไรก็ตาม พอมาถึงปี 2554 ภาพธุรกิจก็ได้ปรับลดเป้าการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 10% และคาดว่าจะมีเบี้ยประกันรับรวมประมาณ 1.41.5 แสน ล้านบาท โดยคาดว่ายังคงได้รับผลดีจากปัจจัยบวกจากระบบเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงส่งผลให้ธุรกิจประกันวินาศภัยมีการเติบโตที่ดีตามไปด้วย

รวมทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ก็คาดว่ายังมียอดขายที่สูงอยู่ แม้จะไม่เท่ากับปี 2553 ก็ตาม ซึ่งส่งผลให้มีการทำประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลที่จะเข้ามากระจายรายได้เพิ่มขึ้น จึงน่าจะทำให้กำลังซื้อภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งจากยอดขายบ้าน ยอดรถยนต์ป้ายแดง รวมถึงราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลดีทำให้ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงมีอัตราเติบโตอยู่

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจประกันในปี 2554 นอกจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาเงินบาทแข็งค่าจนอาจกระทบการส่งออก ก็ยังมีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน

รวมถึงเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ ที่จะเกิดบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้น จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม และส่งผลทำให้ธุรกิจประกันภัยมีอัตราความเสียหายสูงขึ้นด้วย

“ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ หากเกิดขึ้นก็จะส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจประกันในปีนี้ได้” จีรพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎเกณฑ์เพื่อเสริมความมั่นคงของธุรกิจ ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะนำเรื่องเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital : RBC) มาใช้ในปีนี้

รวมถึงการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนภายในวันที่ 6 ก.พ. 2556 ซึ่งจะทำให้บริษัทต่างๆ ต้องเร่งปรับปรุงการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยง ทั้งจากธุรกิจหลักหรือการรับประกันภัยและการลงทุน เพื่อลดภาระการดำรงเงินกองทุน

การปรับตัวดังกล่าว นอกจากจะมีผลกระทบต่อเนื่องมายังโครงสร้างธุรกิจประกันภัยโดยรวมแล้ว ยังอาจนำมาสู่การควบรวมกิจการและการแสวงหาพันธมิตรเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย