ไทยพร้อมเจ้าภาพ IMF-World Bank ปี69 ชูน้อมนำปรัชญาศก.พอเพียง สร้างเติบโตยั่งยืน
คลัง-ธปท.-IMF ยืนยันความพร้อมจัดประชุมปี 2569 ที่กรุงเทพฯ ชู AI ดิจิทัลการเงิน และเศรษฐกิจพอเพียง เสริมผลิตภาพ-รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน
KEY
POINTS
- ประเทศไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ในปี พ.ศ. 2569
- ไทยจะนำเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน
- การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ
ประเทศไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนับเป็นครั้งที่สองในรอบกว่า 35 ปี หลังจากไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้งนับเป็นโอกาสของประเทศ และยังสะท้อนความเชื่อมั่นของประชาคมโลก เปรียบเสมือน โอลิมปิกทางการเงินการคลัง ซึ่งหนึ่งในโอกาสสำคัญในฐานะเจ้าภาพ คือการถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”
พร้อมย้ำบทเรียนจากวิกฤตปี 2540 ว่าไทยจะมุ่งสร้างการเติบโตที่สมดุล ไม่เร่งร้อนจนกระทบเสถียรภาพ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศ ท่ามกลางความท้าทายใหม่อย่างสังคมสูงวัย พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต (Potential Output) ในระยะยาว
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เวทีการประชุมปี 2569 จะเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศสมาชิกทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนแนวทางนโยบายสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เข้มแข็ง และทั่วถึง พร้อมผลักดันแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) เพื่อสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนและธุรกิจ
ด้านนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากระดับ 3.7–3.8% ก่อนโควิด เหลือราว 3.2–3.3% เนื่องจากผลิตภาพเติบโตต่ำ โดยมองว่า AI คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในเอเชียได้ถึง 1% หากนำมาใช้อย่างเหมาะสม พร้อมเสนอ 3 แนวทางเร่งการเติบโต ได้แก่ การพัฒนาตลาดทุน การใช้ประโยชน์จาก AI และการยกระดับทักษะแรงงาน
พร้อมกันนี้ ยังแสดงความชื่นชมศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง IMF ทางการไทย และภาคส่วนต่าง ๆ จะทำให้การประชุมปี 2569 ประสบความสำเร็จ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


