posttoday

ไทยพร้อมเจ้าภาพ IMF-World Bank ปี69 ชูน้อมนำปรัชญาศก.พอเพียง สร้างเติบโตยั่งยืน

04 มีนาคม 2569

คลัง-ธปท.-IMF ยืนยันความพร้อมจัดประชุมปี 2569 ที่กรุงเทพฯ ชู AI ดิจิทัลการเงิน และเศรษฐกิจพอเพียง เสริมผลิตภาพ-รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ในปี พ.ศ. 2569
  • ไทยจะนำเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน
  • การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ประเทศไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนับเป็นครั้งที่สองในรอบกว่า 35 ปี หลังจากไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้งนับเป็นโอกาสของประเทศ และยังสะท้อนความเชื่อมั่นของประชาคมโลก เปรียบเสมือน โอลิมปิกทางการเงินการคลัง ซึ่งหนึ่งในโอกาสสำคัญในฐานะเจ้าภาพ คือการถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”  ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”

พร้อมย้ำบทเรียนจากวิกฤตปี 2540 ว่าไทยจะมุ่งสร้างการเติบโตที่สมดุล ไม่เร่งร้อนจนกระทบเสถียรภาพ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศ ท่ามกลางความท้าทายใหม่อย่างสังคมสูงวัย พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต (Potential Output) ในระยะยาว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เวทีการประชุมปี 2569 จะเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศสมาชิกทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนแนวทางนโยบายสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เข้มแข็ง และทั่วถึง พร้อมผลักดันแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) เพื่อสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนและธุรกิจ
 

ด้านนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากระดับ 3.7–3.8% ก่อนโควิด เหลือราว 3.2–3.3% เนื่องจากผลิตภาพเติบโตต่ำ โดยมองว่า AI คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในเอเชียได้ถึง 1% หากนำมาใช้อย่างเหมาะสม พร้อมเสนอ 3 แนวทางเร่งการเติบโต ได้แก่ การพัฒนาตลาดทุน การใช้ประโยชน์จาก AI และการยกระดับทักษะแรงงาน

พร้อมกันนี้ ยังแสดงความชื่นชมศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง IMF ทางการไทย และภาคส่วนต่าง ๆ จะทำให้การประชุมปี 2569 ประสบความสำเร็จ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

AIS ผนึกพาร์ทเนอร์ทั่วไทย ยกระดับงานบริการด้วย AI และ Omni-Channel