พลังงานรับมือศึกตะวันออกกลางตรึงดีเซลระงับส่งออกสำรองใช้ในประเทศ
รมว.พลังงาน กางแผนรับวิกฤตราคาเชื้อเพลิงโลกพุ่ง ใช้กองทุนน้ำมันฯ เป็นเบาะรองรับแรงกระแทก พร้อมสั่งระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกช่องทาง ยกเว้นคู่ค้าสำคัญเพื่อความมั่นคง
KEY
POINTS
- การบริหารกลไกราคา (Price Management): รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันฯ เป็น "Buffer" หรือตัวช่วยซับแรงกระแทก โดยเน้นตรึงราคาดีเซลเป็นหลัก ส่วนเบนซินปล่อยตามตลาดแต่ควบคุมไม่ให้กระชากตัวแรง เพื่อรักษาสมดุลทางการเงินของกองทุนฯ
- ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทรัพยากร (Resource Security): มีการใช้นโยบาย "ในประเทศต้องมาก่อน" โดยระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อสำรองใช้ในประเทศ และปรับแผนการผลิตไฟฟ้าจากการใช้ LNG ราคาแพง ไปสู่แหล่งก๊าซในอ่าวไทยและพลังงานหมุนเวียนที่ราคาถูกกว่า
- ความร่วมมือและการกำกับดูแล (Regulation & Cooperation): กระทรวงพลังงานใช้อำนาจในการกำกับดูแลบริษัทน้ำมันเอกชนไม่ให้ฉวยโอกาสปรับราคาสูงเกินควร และใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ลาว-เมียนมา) ในการแลกเปลี่ยนทรัพยากรพลังงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงร่วมกัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงมาตรการรับมือวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเมินว่าอาจยืดเยื้อนานกว่า 4-5 สัปดาห์
มาตรการเร่งด่วน: ตรึงราคาดีเซลและบริหารกองทุนน้ำมันฯ
ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติขยายเวลาการตรึงราคาน้ำมันดีเซลออกไปเป็น 15 วัน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 7-10 วัน เนื่องจากปัจจุบันสถานะกองทุนฯ ยังคงเป็นบวกและมีส่วนต่าง (Buffer) ที่สะสมไว้ในช่วงที่ราคาน้ำมันขาลง ทำให้มีขีดความสามารถในการพยุงราคาได้ภายใต้กรอบการติดลบไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้หากสถานการณ์เลวร้ายจนราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล กระทรวงฯ พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาลดภาษีหรือมาตรการอุดหนุนเฉพาะกลุ่มเป้าหมายทันที
เบนซินอิงกลไกตลาด-ปรามเอกชนชิงขึ้นราคา
สำหรับราคาน้ำมันเบนซิน รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้าช่วยพยุงราคาเพียงบางส่วนเพื่อป้องกันการขยับขึ้นที่รุนแรงเกินไป (Price Shock) โดยจะปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดโลก ซึ่งอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก ทั้งนี้ รัฐมนตรีได้เข้าพูดคุยและติติงบริษัทน้ำมันเอกชนบางรายที่ปรับขึ้นราคาล่วงหน้าจนสร้างความตื่นตระหนก โดยย้ำว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้ผู้บริโภค ซึ่งล่าสุดบริษัทดังกล่าวได้ยอมปรับลดราคาลงสู่ระดับปกติแล้ว
ความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติและค่าไฟฟ้า
ปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคา LNG ในตลาดโลก ซึ่งไทยนำเข้ามาใช้ผลิตไฟฟ้าประมาณ 10% รัฐบาลจึงสั่งการให้เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซจากแหล่งราคาถูกในอ่าวไทยและเมียนมาทดแทน พร้อมดึงพลังงานทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ อาทิ ถ่านหิน ชีวมวล และการเจรจาซื้อพลังงานน้ำเพิ่มเติมจาก สปป.ลาว เข้ามาเสริมในระบบ เพื่อควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่ให้กระทบต่อภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมอย่างรุนแรง
คำสั่งระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทั่วประเทศ
เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลน รัฐบาลมีคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อรักษาสต๊อกในประเทศ เนื่องจากไทยมีกำลังผลิต 170 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้จริงอยู่ที่ 130 ล้านลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีการอนุญาตให้ส่งออกไปยัง สปป.ลาว ตามสัญญาแลกเปลี่ยนพลังงาน และส่งออกไปยังเมียนมาเฉพาะส่วนที่ใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซยาดานาและซอติก้าเพื่อส่งก๊าซกลับมาไทยเท่านั้น โดยยืนยันสั่งระงับการส่งออกไปยังกัมพูชาโดยเด็ดขาดและเฝ้าระวังการลักลอบอย่างเข้มงวด
ประเมินวิกฤตและทางออกในอนาคต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสรุปทิ้งท้ายว่า วิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรงใกล้เคียงกับช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่เชื่อมั่นว่าหากการเจรจายุติความขัดแย้งและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในปัจจุบันกำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลกยังมีมากกว่าความต้องการใช้จริง โดยกระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบรายชั่วโมงเพื่อปรับเปลี่ยนแผนงานให้ทันต่อเหตุการณ์


