posttoday

สรรพสามิต ปลื้มเก็บรายได้ 4 เดือนแรก ทะลุเป้า 8.3 พันล. อานิสงส์เร่งซื้อรถก่อนภาษีใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569

สรรพสามิตโชว์ผลงาน 4 เดือนแรกปีงบ 2569 จัดเก็บรายได้เกินเป้ากว่า 8,300 ล้านบาท รับแรงหนุนรถยนต์เร่งซื้อก่อนภาษีใหม่ พร้อมจับตานโยบายรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนรายได้ไตรมาส 2

ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มกราคม ปี 2569) กรมสรรพสามิต สามารถจัดเก็บรายได้รวมกว่า 191,000 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 8,300 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมายราว 5% สะท้อนประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ที่ทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้

สรรพสามิต ปลื้มเก็บรายได้ 4 เดือนแรก ทะลุเป้า 8.3 พันล. อานิสงส์เร่งซื้อรถก่อนภาษีใหม่

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างโดดเด่น มาจากกลุ่ม “ยานยนต์” ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 จากปรากฏการณ์การเร่งซื้อและนำเข้ารถยนต์ ก่อนโครงสร้างภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2569

โดยเฉพาะรถยนต์ที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งถูกปรับอัตราภาษีจาก 8% เป็น 10% ส่งผลให้รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทันทีมากกว่า 20,000 บาทต่อคัน ทำให้ทั้งผู้บริโภคและค่ายรถต่างเร่งตัดสินใจซื้อและส่งมอบรถในช่วงปลายปี ส่งผลให้รายได้จากภาษีรถยนต์พุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

สรรพสามิต ปลื้มเก็บรายได้ 4 เดือนแรก ทะลุเป้า 8.3 พันล. อานิสงส์เร่งซื้อรถก่อนภาษีใหม่

นอกจากนี้ โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ยังมุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) มากขึ้น โดยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ถูกปรับลดภาษีเหลือ 2% รถ PHEV อยู่ที่ 5–10% ตามระยะวิ่งไฟฟ้า ขณะที่รถสันดาปที่ปล่อย CO₂ สูง เสียภาษีในอัตรา 22–34% และรถเครื่องยนต์ขนาดใหญ่เกิน 3.0 ลิตร อาจเสียภาษีสูงสุดถึง 50% สะท้อนแนวทางการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์สะอาดในระยะยาว

ด้าน พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ตัวเลขรายได้ที่เกินเป้าหมายตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อฐานะการคลังของประเทศ และสะท้อนถึงการบริหารจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทัลและระบบ “ผลิตปุ๊บ จ่ายปั๊บ” เข้ามาใช้ ลดการกักตุนสินค้าและการเลี่ยงภาษี พร้อมเพิ่มความโปร่งใสในการจัดเก็บรายได้

ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญต่อรายได้จากสินค้ากลุ่มสุรา ยาเส้น และเครื่องดื่ม หลังจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศกลับมาคึกคัก และช่วยพยุงรายได้สรรพสามิตให้เติบโตตามเป้าหมาย

สำหรับทิศทางการจัดเก็บรายได้ในไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ กรมฯ ยังคงฝากความหวังไว้กับการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและภาคครัวเรือน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

สอดคล้องกับมุมมองของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 อาจขยายตัวได้ราว 2.5% ซึ่งจะช่วยหนุนฐานรายได้ภาษีในระยะถัดไป

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการภาษีใหม่ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ และมาตรการด้านพลังงาน เพื่อเสริมศักยภาพการจัดเก็บรายได้ในอนาคต ควบคู่กับการสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ รายได้ที่จัดเก็บได้เกินเป้าหมาย จะถูกนำไปใช้สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

‘ธรรมนัส’ สยบข่าวลือดีลรัฐบาล ชี้เร็วเกินไป ย้ำรัฐบาลควรนิ่ง-ทำงานต่อ