"ดีโน่ สุโกศล" ทายาทรุ่น 3 พลิกโฉมโรงแรมด้วย Tech & Touch
เจาะลึก "ดีโน่" เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ทายาทรุ่นที่ 3 จากคนทำ Tech Startup สู่ผู้บริหารโรงแรม นำดาต้าผสานหัวใจบริการ สร้างรากฐานใหม่ให้ธุรกิจครอบครัว
KEY
POINTS
- ดีโน่ สุโกศล ทายาทรุ่นที่ 3 เข้ามาบริหารธุรกิจโรงแรมของครอบครัว โดยนำประสบการณ์จากบริษัทเทคสตาร์ทอัพมาปรับใช้
- เขาใช้แนวคิด "Tech & Touch" คือการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบต่างๆ ควบคู่กับการรักษาหัวใจสำคัญของการบริการด้วยคน
- เป้าหมายหลักคือการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และเตรียมพร้อมสร้างแบรนด์โรงแรมของตัวเอง
เมื่อ Tech Startup พบกับ Human Touch: ภารกิจสานต่ออาณาจักรสุโกศล ของ "ดีโน่" เดชจุฑา
หากเอ่ยถึงนามสกุล "สุโกศล" ภาพจำของผู้คนย่อมหนีไม่พ้นตระกูลธุรกิจโรงแรมชั้นนำที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะและเสียงดนตรี โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง "สุกี้" กมล สุโกศล แคลปป์ ตำนานมือกีตาร์วงพรู และผู้ก่อตั้งค่ายเพลงเบเกอรี่มิวสิค อันโด่งดัง
แต่วันนี้ สปอตไลท์กำลังส่องไปที่ "ดีโน่" เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ทายาทรุ่นที่ 3 ลูกชายคนโตของคุณสุกี้ ผู้ก้าวเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารอาณาจักรโรงแรม ด้วยส่วนผสมที่น่าสนใจระหว่าง "เลือดศิลปิน" ที่เข้มข้น และ "คมความคิดทางธุรกิจ" แบบคนรุ่นใหม่
ไม่ใช่แค่ลูกนักดนตรี แต่คือคนดนตรีที่มีหัวใจธุรกิจ
แม้จะเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ แต่ DNA ความเป็นศิลปินจากคุณพ่อสุกี้นั้นส่งผ่านมาถึงดีโน่อย่างเต็มเปี่ยม สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แคนาดา เขาค้นพบแพชชั่นในดนตรี House และ EDM จนก้าวเข้าสู่โลกของการเป็น Producer และ DJ รับงานแสดงสดสร้างความสุขให้ผู้คน
"จริงๆ ดนตรีกับโรงแรมมันมีความคล้ายกัน คือเรื่องของ Vibe" ดีโน่เปรียบเปรยให้เห็นภาพ "เวลาผมเป็นดีเจ หน้าที่คือคุมบรรยากาศปาร์ตี้ โรงแรมก็เหมือนกัน เราต้องคิวเรทประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามา"
"ครอบครัวเราไม่เคยมีความกดดันว่าต้องกลับมาทำธุรกิจเลยครับ คุณย่า (กมลา สุโกศล) มักจะบอกเสมอว่าให้ไปทำตามความฝันก่อน" ดีโน่เล่าถึงเบื้องหลังที่ทำให้เขาได้ออกไปท่องโลกภายนอก
แม้ฝันอยากเป็นดีเจระดับโลก แต่เขามองโลกตามความเป็นจริงและเลือกเก็บดนตรีไว้เป็นงานอดิเรกที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว
เก็บเลเวลนอกบ้าน: จาก Lazada สู่ Freshket
หนึ่งในกฎเหล็กที่คุณย่า (กมลา สุโกศล) มักสอนลูกหลานคือ 'จงไปหาประสบการณ์ข้างนอกก่อนกลับมาทำงานที่บ้าน' และดีโน่ก็ทำตามคำสอนนั้นอย่างเคร่งครัด
แทนที่จะเดินเข้ามารับตำแหน่งในเครือสุโกศลทันทีหลังเรียนจบ เขาเลือกกระโจนเข้าสู่โลกของ Tech Startup เริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่ Lazada ในฝ่าย Sales และ Marketing เรียนรู้ระบบ E-commerce ที่หมุนเร็วและดุเดือด ก่อนจะขยับไปทำที่ Freshket แพลตฟอร์ม Supply Chain ด้านอาหาร ทำให้เขาเข้าใจโครงสร้างหลังบ้านของธุรกิจอาหารและระบบการจัดการสมัยใหม่
ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็น "อาวุธลับ" เมื่อเขาตัดสินใจกลับบ้าน
จุดเปลี่ยนในวัย 30 และโจทย์ใหม่ที่ท้าทาย
"ผมรู้อยู่เสมอว่าสักวันต้องกลับมาช่วยที่บ้าน" ดีโน่เล่าถึงจุดเปลี่ยน เมื่ออายุครบ 30 ปี และรู้สึกว่าประสบการณ์จากข้างนอกเริ่ม "สุกงอม" ประกอบกับทางครอบครัวกำลังมีเมกะโปรเจกต์อย่าง "The Siam Chiang Mai" โรงแรมแห่งใหม่ที่เชียงใหม่ รวมถึงต้องการคนรุ่นใหม่มาดูภาพรวมด้าน F&B และ Online Marketing
การกลับมาครั้งนี้ ดีโน่ไม่ได้มาเล่นๆ เขานำความรู้เรื่อง Data และ Digital Transformation มาปรับใช้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจปรัชญาของธุรกิจโรงแรม 5 ดาวอย่างลึกซึ้ง
"เราเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ เช่น ระบบจอง เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน แต่มันต้องไม่มาแทนที่คน" ดีโน่ย้ำจุดยืน "สำหรับโรงแรม Luxury อย่างเครือสุโกศล 'Human Touch' หรือการบริการด้วยใจ คือสิ่งที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้ เราต้องหาจุดสมดุลให้เจอ"
สร้างรากฐาน ก่อนสร้างตำนานบทใหม่
ปัจจุบัน ดีโน่ดูแลโรงแรมในเครือ 5 แห่ง ได้แก่ The Sukosol, The Siam, Siam@Siam, The Bayview และ Wave โดยโฟกัสที่การวางระบบหน้าบ้านและหลังบ้านให้แข็งแกร่ง
เมื่อถามถึงอนาคต ทายาทรุ่น 3 ผู้นี้มองไกลกว่าแค่การรับช่วงต่อ "เป้าหมายของผมตอนนี้คือการสร้าง Foundation ของธุรกิจกงสีให้แข็งแรงที่สุด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต"
เขายังทิ้งท้ายถึงความฝันส่วนตัวว่า
"ในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว เขาอาจจะปั้นแบรนด์โรงแรมในสไตล์ของตัวเอง ภายใต้ร่มเงาของกลุ่มสุโกศล เพื่อพิสูจน์ฝีมือและส่งต่อ Legacy ของตระกูลในรูปแบบของ "ดีโน่" อย่างแท้จริง"


