
เอกชนขู่เลิกนำเข้าแร่ใยหินทำราคากระเบื้องพุ่ง
ผู้ผลิตกระเบื้องโวย หากยกเลิกนำเข้าหรือใช้แร่ใยหิน และใช้วัสดุทดแทนแทนจะทำให้ราคากระเบื้องมุงหลังคาพุ่ง30% และคุณภาพสินค้าจะไปคงทนเท่ากระเบื้องที่ใช้ใยหิน
ผู้ผลิตกระเบื้องโวย หากยกเลิกนำเข้าหรือใช้แร่ใยหิน และใช้วัสดุทดแทนแทนจะทำให้ราคากระเบื้องมุงหลังคาพุ่ง30% และคุณภาพสินค้าจะไปคงทนเท่ากระเบื้องที่ใช้ใยหิน
นายอุฬาร เกรียวสกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทกระเบื้องโอฬาร เปิดเผยว่า หากมีการห้ามนำเข้าใยหินจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อผู้ที่ใช้กระเบื้องมุงหลังคาที่มีใยหินกว่า 2 ล้านคน หรือ 5.7 แสนครัวเรือน ซึ่งคิดเป็น 50% ของตลาดผู้ใช้กระเบื้องมุงหลังคาทั้งประเทศ เนื่องจากสารทดแทนที่นำมาใช้แทนใยหินไครโซไทล์ มีราคาสูงกว่า 10 เท่า ราคาจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาจะสูงขึ้นทันทีประมาณ 30% ซึ่งเป็นภาระของผู้บริโภค และอาจส่งผลไปถึงราคาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ที่จะต้องสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย
ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือประชาชนคนมีรายได้น้อย รวมถึงเกษตรกร ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากราคากระเบื้องมุงหลังคาที่แพงขึ้น ต้องเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาบ่อยขึ้น เพราะความคงทนแข็งแรงของกระเบื้องไม่มีใยหินสู้กระเบื้องใยหินไม่ได้เลย รวมทั้งกลุ่มแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช้ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า จะได้รับผลกระทบด้วย เพราะจำเป็นต้องปรับลดคนงานกว่า 3,000-4,000 คน
นอกจากนี้ ยังไม่มีวัสดุใดที่สามารถทดแทนคุณค่าของใยหินได้ โดยเฉพาะกับกระเบื้องมุงหลังคา ซึ่งต้องรับแสงแดด สายฝน อยู่ตลอดเวลา กระเบื้องใยหินจึงมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่สุด
“กระเบื้องไม่มีใยหินจะแข็งแกร่งน้อยกว่า และการผลิตกระเบื้องที่ใช้สารทดแทนจะมีต้นทุนที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน ราคากระดาษโลก และพลังงานที่ต้องใช้เพิ่มอีกกว่า 20% อีกทั้งกำลังการผลิตเส้นใยทดแทนก็ยังไม่เพียงพอสำหรับความต้องการทั้งหมดในประเทศไทยหากให้เลิกใช้ใยหินทั้งหมด” นายอุฬาร กล่าว
ส่วนประเด็นด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้หลายฝ่ายออกมาต่อต้านการใช้ใยหิน ทั้งๆ ที่ตลอดระยะเวลานานกว่า 30 ปีที่มีการนำเข้าใยหินมาใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศไทย ยังไม่เคยมีการรายงานผู้ป่วยด้วยโรคเหตุแร่ใยหินที่มีหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือยืนยันเลย
นายวิเชียร ผู้พัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัทไทยกระเบื้องหลังคา กล่าวว่า หากภาครัฐยกเลิกการใช้ใยหินภายใน 3 เดือน บริษัทจำเป็นต้องหยุดกิจการทันที และส่งผลกระทบต่อคนงานในโรงงานจำนวน 170 คน ต้องตกงานทันที เนื่องจากบริษัทมีขนาดเล็ก และไม่มีองค์ความรู้ในการผลิตที่ใช้สารทดแทนใยหินที่มากพอ
อีกทั้งการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาที่ไม่มีใยหิน มีการลงทุนสูง ราคาเครื่องจักรไม่ต่ำกว่าเครื่องละ 30 ล้านบาท ซึ่งหากต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งหมดเพื่อไปผลิตกระเบื้องที่ไม่มีใยหิน จำเป็นต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท และต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตนานถึง 3-4 ปี
นายสุวิทย์ ปัญญาเสวนมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทโปลีเท็กซ์ อินดัสทรี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าเบรกรายใหญ่ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทมองว่าแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ในการผลิตเป็นผ้าเบรกรถยนต์ เนื่องจากมีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องทนความร้อน ทนไฟ ยืดหยุ่น ซึ่งได้พิสูจน์แล้วกว่า 30 ปี
นอกจากนี้ จากการวัดประสิทธิภาพการทำงานของผ้าเบรกไม่มีใยหินกับผ้าเบรกใยหิน พบว่า ผ้าเบรกที่ใช้ใยหินไครโซไทล์ มีประสิทธิภาพการหยุดรถได้ดีกว่าผ้าเบรกที่ใช้สารทดแทน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนักมาก ผ้าเบรกต้องทำงานหนักและมีความร้อนสูง หากใช้ผ้าเบรกที่ทำมาจากสารทดแทนที่มีคุณสมบัติทนความร้อนด้อยกว่า ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากกว่า







