posttoday

สรรพสามิต ยันไม่ปิดกั้นเสียงค้าน เปิดเสรีนำเข้าสุรา รอ ครม.ชี้ขาดก่อนส่งกฤษฎีกาตรวจ

06 กุมภาพันธ์ 2569

สรรพสามิต เผยยังไม่เห็นหนังสือคัดค้านจากหอการค้าฯ ปมเปิดเสรีนำเข้าสุรา ย้ำรอฟังมติ ครม.สั่งการอย่างเป็นทางการ ก่อนส่งร่างกฎกระทรวงให้กฤษฎีกาตรวจตามขั้นตอน

KEY

POINTS

  • หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ ยื่นหนังสือถึง ครม. คัดค้านร่างกฎกระทรวงเปิดเสรีนำเข้าสุรา ที่จะยกเลิกเงื่อนไขตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) โดยกังวลว่าจะเกิดผลกระทบเชิงลบ
  • กรมสรรพสามิตยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็น แต่ต้องรอรับมติและข้อสั่งการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการก่อน
  • หลังจาก ครม. มีมติชี้ขาดแล้ว กระทรวงการคลังจะส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) คัดค้านร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกเงื่อนไขผู้ขออนุญาตนำเข้าสุราประเภทที่ 1 ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) ว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว จึงไม่สามารถตอบรายละเอียดได้ โดยต้องรอเอกสารที่ทางสภาหอการค้าส่งให้ ครม. เป็นหลัก และต้องดูว่า ครม.จะมีข้อสั่งการใดให้ดำเนินการ

“เราไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็น เพราะทุกหน่วยงานมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องพิจารณาเอกสารที่เขาเสนอให้ครม.ก่อน รวมทั้งรอมติ ครม.แจ้งมาเป็นทางการ และดูว่าจะมีข้อสั่งการอะไรให้เราดำเนินการ” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกรมสรรพาสามิตระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากครม.ได้แจ้งข้อสั่งการมาอย่างเป็นทางการแล้ว ขั้นตอนต่อไปกระทรวงการคลังจะนำร่างกฎกระทรวงดังกล่าวส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาร่างฯ ตามขั้นตอนต่อไป
 

“หลังจากได้รับมติ ครม. แจ้งอย่างเป็นทางการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะส่งร่างไปให้กฤษฎีกาตรวจ ซึ่งระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับกระบวนการของกฤษฎีกา ไม่สามารถระบุกรอบเวลาได้” แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แสดงความเห็นคัดค้านร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุราฉบับใหม่ ภายหลัง ครม. อนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเห็นว่า การยกเลิกระบบ Sole Agent อาจบิดเบือนการแข่งขันและเอื้อผู้ประกอบการที่ไม่แบกรับต้นทุนอย่างเป็นธรรม , การตั้งราคาขายต่ำกว่าความเป็นจริงกระทบฐานภาษีและรายได้รัฐ , ตรวจสอบแหล่งที่มาสินค้าทำได้ยาก ,เสี่ยงต่อสินค้าปลอมหรือด้อยคุณภาพ การขาดความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและกระทบความน่าเชื่อถือระบบตราอากร ,การผ่อนปรนกฎฉลากเปิดช่องหลีกเลี่ยงภาษี และตลาดไวน์ราคาต่ำที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับการกำกับดูแลเข้มงวด

ด้วยสาเหตุนี้ สภาหอการค้าฯ เห็นว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อระบบการค้าและภาษีในระยะยาว ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงไม่เห็นด้วยกับการปรับแก้หลักเกณฑ์ตามร่างดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้ง69: จุลพันธ์ชี้พิรุธเร่งรัดคดีผู้สมัครสส.โยงพนันออนไลน์