บสย. โชว์ค้ำประกันสินเชื่อหมื่นล.ใน 48 วัน ปลดล็อก SMEs สร้างมูลค่าศก. 4 หมื่นล.
บสย. เร่งอัดมาตรการ Quick Big Win อนุมัติค้ำประกันแตะ 1 หมื่นล้านใน 48 วัน หนุน SMEs กว่า 1.3 หมื่นราย เข้าถึงสินเชื่อ รักษางาน 8.25 หมื่นตำแหน่ง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4.1 หมื่นล้านบาท
KEY
POINTS
- บสย. อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อภายใต้มาตรการ "Quick Big Win" สำเร็จตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท ภายในเวลา 48 วัน
- ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 13,000 ราย โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย (Micro SMEs) สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น
- การค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าวก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 41,300 ล้านบาท และรักษาการจ้างงานได้ 82,500 ตำแหน่ง
จากภาวะสินเชื่อระบบสถาบันการเงินไทยที่หดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ซึ่งติดลบหนักที่สุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2569 สินเชื่อ SMEs จะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการเฉพาะจุด เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อแก่ SMEs ในแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว บสย. ได้เดินหน้ามาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ผลงานล่าสุด ณ 2 กุมภาพันธ์ 2569 โดย มียอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อแตะ 10,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย เฉพาะเดือนมกราคม 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 7,125 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 217% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตขึ้นตั้งแต่ต้นปี ที่สำคัญยังช่วยเติมสภาพคล่องให้กับ SMEs ที่ต้องการลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนช่วยประคับประคองกิจการในภาวะเศรษฐกิจผันผวน จากยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดสินเชื่อใหม่ในระบบสถาบันการเงิน 10,770 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 13,126 ราย
โดยพบว่าเกือบ 50% เป็นกลุ่มรายย่อย Micro SMEs วงเงินค้ำประกันสินเชื่อไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย ซึ่งถือเป็น กลุ่มเปราะบาง ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ นอกจากนี้ สามารถรักษาการจ้างงาน 82,500 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันสินเชื่อได้มากกว่า 41,300 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของมาตรการ บสย. Quick Big Win “กระตุ้นสั้น-ได้ผลยาว-กระจายตัว” ที่ทำให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อ เพิ่มโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
“ยอดค้ำประกัน 1 หมื่นล้านบาทภายใน 48 วันหลังออกมาตรการ บสย. Quick Big Win สะท้อนศักยภาพในการเสริมเครดิต ลดต้นทุนเครดิต และเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อให้ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ที่ขาดหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน ควบคู่เครื่องมือเสริมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ แก้หนี้ลูกหนี้เคลมผ่านมาตรการ บสย. พร้อมช่วย และการให้ความรู้ทางการเงินผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน F.A. Center เพื่อช่วยให้ SMEs อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.สิทธิกร กล่าว
นายสิทธิกร กล่าวว่า ไฮไลท์มาตรการ “บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท คือ การค้ำประกันนาน 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก ก่อนคิดตามระดับความเสี่ยง (Risk-based pricing) เพื่อสะท้อนต้นทุนเครดิตของ SMEs แต่ละราย พร้อมเป็นครั้งแรกที่นำเครื่องมือเครดิตสกอริ่ง “TCG Score” มาใช้ประเมินความเสี่ยงเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ควบคู่การชดเชย NPL ในอัตราสูง (Max Claim) ช่วยลดต้นทุนเครดิตและกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อ เติมสภาพคล่องแก่ SMEs และกลุ่มรายย่อย Micro SMEs รวมถึงช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบให้กลับมาฟื้นตัว
นอกจากนี้ บสย. ยังผนึกความร่วมมือกับโครงการกลไกค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” ซึ่งเป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับสินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ คาดช่วยเพิ่มสินเชื่อใหม่ราว 1 แสนล้านบาทใน 1–2 ปีข้างหน้า โดย บสย. ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการ พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินและ SMEs ตั้งแต่รับคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงควบคุมวงเงินรวม เชื่อมโยงโมเดลการทำงานเดิมกับโครงการใหม่ เพื่อยกระดับกลไกค้ำประกันและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ SMEs ไทย


