ไทย ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชี “เฝ้าระวัง” ปั่นค่าเงิน หลังเกินดุลพุ่ง
สหรัฐฯ ดึงไทยกลับเข้า "บัญชีเฝ้าระวัง" ปั่นค่าเงินปี 2025 หลังเกินดุลการค้าและบัญชีเดินสะพัดสูงเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3, โดยต้องถูกจับตาพฤติกรรมอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกับอีก 9 เขตเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้จัดให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ "บัญชีเฝ้าระวัง" (Monitoring List) ในประเด็นการบิดเบือนค่าเงินอีกครั้ง
- สาเหตุมาจากการที่ไทยเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ข้อ คือ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น
- การขึ้นบัญชีครั้งนี้ทำให้ไทยเป็น 1 ใน 10 เขตเศรษฐกิจที่ถูกจับตา แต่ยังไม่มีประเทศใดถูกจัดเป็นผู้ปั่นค่าเงินอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐได้เปิดเผยรายงานรอบครึ่งปีเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐประจำปี 2025 ซึ่งพบว่ามี "ประเทศไทย" อยู่ในรายชื่อ "บัญชีเฝ้าระวัง" (Monitoring) ประเทศที่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจไม่เป็นธรรม หรือที่เรียกกันว่าบัญชีประเทศปั่นค่าเงิน (Currency Manipulation) ทำให้ประเทศไทยกลับมาถูกเพ่งเล็งเรื่องค่าเงินอีกครั้ง หลังจากเคยถูกขึ้นบัญชีนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2022 (รายงานฉบับ มิ.ย. 2022) และถูกถอดชื่อออกในปลายปีเดียวกันในรายงานเดือน พ.ย. 2022
การเพิ่มประเทศไทยเข้าไปใน “บัญชีเฝ้าระวัง” ครั้งนี้เป็นผลมาจากการเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ "การขยายตัวของดุลบัญชีเดินสะพัด" และ "การเกินดุลการค้ากับสหรัฐที่เพิ่มขึ้น"
ทั้งนี้ สหรัฐมีเกณฑ์การพิจารณา 3 ข้อ ว่าประเทศใดเข้าข่ายบิดเบือนค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งหากเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังทันที ดังนี้
1.ดุลการค้ากับสหรัฐ - มีการเกินดุลอย่างน้อย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
2.ดุลบัญชีเดินสะพัด - มีการเกินดุลอย่างน้อย 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
3.การแทรกแซงค่าเงิน - มีพฤติกรรมแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง
การเพิ่มประเทศไทยทำให้บัญชีเฝ้าระวังมีทั้งหมด 10 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และไทย ประเทศทั้งหมดข้างต้น ยกเว้นประเทศไทย เคยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังในรายงานฉบับเดือนมิถุนายน 2025 และหลายประเทศก็อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังมาแล้วหลายปี
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ได้ยกระดับการตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ รวมถึงการแทรกแซงตลาดเงินตราเพื่อกดดันให้ค่าเงินอ่อนค่าและแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ในรายงานครึ่งปีฉบับล่าสุด ไม่มีประเทศคู่ค้ารายใหญ่รายใดเข้าเกณฑ์ครบทั้ง 3 ข้อในพฤติกรรมการปั่นค่าเงิน โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากช่วงครึ่งหลังของปี 2024 และช่วงหกเดือนแรกของปี 2025
ที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้มักมุ่งเน้นการพิจารณาว่า ประเทศต่างๆ มีการแทรกแซงค่าเงินฝ่ายเดียวหรือมีการปั่นค่าเงินในรูปแบบอื่นหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกดค่าเงินเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศ
อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปกระทรวงการคลังระบุว่า "จะขยายการติดตามให้ครอบคลุมมากขึ้น” เพื่อประเมินว่าประเทศที่เลือกใช้นโยบายดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน มีการดำเนินการเพื่อต้านแรงกดดันให้ค่าเงินอ่อนค่า ในลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการเพื่อต้านการแข็งค่าหรือไม่
ที่มา : https://home.treasury.gov/news/press-releases/sb0373


