กบข.โชว์แกร่งฝ่าผันผวน ดันผลตอบแทนปี 68 พุ่ง 5.18% ปักธงปีนี้ชนะเงินเฟ้อ 2-3%
กบข.โชว์ผลงานปี 2568 สมาชิกได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.18% สูงขึ้นจากปีก่อน ชี้กลยุทธ์กระจายพอร์ต-ทองคำช่วยลดความเสี่ยง มองปี 2569 ตลาดยังผันผวน แนะเลือกแผนลงทุนให้เหมาะช่วงวัย
KEY
POINTS
- กบข. ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยให้สมาชิก 5.18% ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก
- ผลตอบแทนที่ดีมาจากการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะแผนทองคำที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78%
- สำหรับปี 2569 กบข. ตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2-3% เพื่อความมั่นคงของสมาชิกหลังเกษียณ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ว่า กบข.สามารถบริหารการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สมาชิกได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยรวม 5.18% เพิ่มขึ้นจาก 3.91% ในปี 2567 และสูงกว่าเป้าหมายการเอาชนะเงินเฟ้อที่กองทุนตั้งไว้
ทั้งนี้ ปี 2568 ถือเป็นปีที่เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม การกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้สินทรัพย์เกือบทุกประเภทมีความผันผวนสูงตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม การกระจายการลงทุนและการปรับพอร์ตอย่างเหมาะสมช่วยรักษาเสถียรภาพและสร้างผลตอบแทนให้สมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลตอบแทนรายแผน พบว่าแผนการลงทุนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยแผนทองคำให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปิดความเสี่ยง ขณะที่แผนหุ้นต่างประเทศทำผลตอบแทนได้ 17.47% และแผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ที่ 9.38%
ในส่วนของแผนหลัก แผนเชิงรุก 65 ทำผลตอบแทน 8.89% แผนสมดุลตามอายุสำหรับสมาชิกอายุต่ำกว่า 55 ปี อยู่ที่ 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไปทำได้ 4.31% สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการออกแบบพอร์ตตามช่วงอายุและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
นายทรงพลกล่าวว่า กบข.ได้ปรับกรอบมุมมองการลงทุนจากการแบ่งสินทรัพย์เป็น “มั่นคง” และ “เสี่ยง” มาเป็นการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและเชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตและเสริมศักยภาพการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยทองคำถูกใช้เป็นสินทรัพย์เชิงรับเพื่อลดความผันผวน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจนในปีนี้
นอกจากนี้ กบข.ยังให้ความสำคัญกับเป้าหมายการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณของสมาชิก โดยในปี 2568 สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินออมเพียงพอในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% พร้อมลดสัดส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางปี 2569 นายทรงพลมองว่า ความผันผวนของตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มสูงไม่ต่างจากปี 2568 และสินทรัพย์แต่ละประเภทมีโอกาสทั้งให้ผลตอบแทนและขาดทุนมากขึ้น สมาชิกจึงควรประเมินระดับผลตอบแทนที่ต้องการให้ชนะเงินเฟ้อ และเลือกแผนลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน กบข. ได้โดยสะดวก
ขณะเดียวกัน กบข.อยู่ระหว่างศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ อาทิ โครงการนำร่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และการลงทุนในกลุ่มเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกออมเงินเพิ่มและเลือกแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงอายุ
นายทรงพล ย้ำว่า เป้าหมายหลักของ กบข. ยังคงมุ่งสร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 10 ปี บวก 2-3% เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตของสมาชิกหลังเกษียณ โดยในปี 2569 ยังคงเดินหน้าลงทุนตามกรอบดังกล่าว แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามและปัจจัยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ปีนี้มีความท้าทายมากกว่าปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ยังมองเห็นโอกาสการลงทุนมากขึ้น พร้อมเน้นกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจลักษณะและปัจจัยของสินทรัพย์แต่ละประเภท เพื่อบริหารพอร์ตอย่างเหมาะสมและยั่งยืน


