
กทช.ร่วมทีมล่า‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’
โพสต์ทูเดย์ — ดีเอสไอกทช. ตั้งทีมแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไล่ตุ๋นเงินประชาชน สั่งผู้ให้บริการโทรศัพท์โชว์เลขหมายปลายทางเบอร์จริง
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้โทรคมนาคมระบบบริการเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice Over IP : VOIP) หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ออกหลอกลวงเงินจากประชาชนอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ มีตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ตัวแทนจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บริหาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้บริหารจากบริษัทให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย
นายธาริต กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง โดยในที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันเพื่อเป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้น คือ ให้ กทช.ออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการเครือข่ายโทรศัพท์ต้องแสดงเลขหมายโทรศัพท์ที่แท้จริงหากเป็นการโทรศัพท์มาจากต่างประเทศโดยผ่านโทรศัพท์ระบบ VOIP เพื่อให้ผู้รับสามารถเห็นหมายเลขจากหน้าจอได้ว่าเป็นการโทรศัพท์จากระบบ VOIP ซึ่งมีจำนวนเลขหมายมากกว่าปกติ จะได้ไม่หลงเชื่อจนถูกหลอก
นายธาริต กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถเสนอความเห็นดังกล่าวต่อที่ประชุมบอร์ด กทช. เพื่อออกเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้ขอให้ผู้ประกอบการเริ่มดำเนินการตามแนวทางที่เห็นชอบร่วมกันทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอหนังสือหรือคำสั่งอย่างเป็นทางการ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้มีประชาชนตกเป็นเหยื่อ ซึ่งแนวทางดังนี้จะบังคับให้ปลายทางต้องแสดงหมายเลขจริงไม่สามารถใช้เบอร์ปลอมได้
นายธาริต กล่าวอีกว่า ประชาชนต้องระมัดระวังการใช้โทรศัพท์ และไม่หลงเชื่อในคำขู่หรือคำชักจูงจนพาตัวเองไปที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วทำธุรกรรมโอนเงินโดยไม่ยั้งคิด
พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบก.ปอท. กล่าวว่า ขบวนการหลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์เหยื่อที่เป็นคนไทยนั้นพบว่าเป็นการหลอกลวงโดยคอลเซ็นเตอร์จากต่างประเทศทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบอีกอย่างคือการที่มี VOIP Gateway เถื่อน ซึ่งกลุ่มนี้จะไม่อยู่ในสารบบที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่เหมือนระบบให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก กทช. ที่พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ
นายกิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มีการพัฒนาเทคนิคการโกงใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถใช้โปรแกรมที่แสดงเบอร์โทรศัพท์เป็นเบอร์ของธนาคารเพื่อโทร.ไปหลอกเหยื่อได้ ซึ่งธนาคารต่างๆ ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีลูกค้าที่น่าสงสัยระหว่างกันมากขึ้น
นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้ลูกค้า“กรณีของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ธนาคารคงยังไม่สามารถไปทำอะไรได้ ถึงแม้ว่าเราจะสืบเสาะจนรู้ว่ามีฐานอยู่ในต่างประเทศ แต่ขั้นตอนในการดำเนินคดีข้ามประเทศที่ล่าช้า ทำให้คนกลุ่มนี้ย้ายฐานหนีได้ทันและจะย้ายไปเรื่อย จึงไม่สามารถจับกุมได้” นายกิตติ กล่าว
ดังนั้นหากดีเอสไอหรือกระทรวงไอซีทีจะเข้ามาตรวจสอบหรือกดดันให้ธนาคารดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ธนาคารคงทำได้เพียงแค่ให้ความร่วมมือเท่านั้น เพราะธนาคารไม่สามารถไปตรวจสอบการเปิดบัญชีของลูกค้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างได้
“วิธีที่จะป้องกันมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ดีที่สุด คือการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ลูกค้า ซึ่งลูกค้าเองจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมด้วยเช่นกัน” นายกิตติ กล่าว







