เอกนิติ เล็งนำทีมไทยแลนด์ บุกดาวอส ดึงลงทุน-ปลุกเชื่อมั่นรัฐ 19-20 ม.ค.นี้
เอกนิติ นำทัพพาณิชย์-ต่างประเทศ-บีโอไอ-เอกชน ร่วม WEF 2026 ที่ดาวอส เดินหน้าดึงลงทุน สร้างความเชื่อมั่นไทยช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ระหว่าง 19 - 23 ม.ค. 2569
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมนำคณะ "ทีมไทยแลนด์" ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 19-20 ม.ค.
- มีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก และสร้างความเชื่อมั่นต่อนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย
- ทีมไทยแลนด์จะใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอศักยภาพของประเทศและมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อขยายความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมนำคณะ “ทีมไทยแลนด์” ประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และภาคเอกชนไทย เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินหน้าดึงดูดการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า คณะทีมไทยแลนด์จะประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการบีโอไอ และผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ เอสซีจี ปตท. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ไทยเบฟเวอเรจ บางจาก ธนาคารกรุงเทพ บิทคับ และ KBTG เพื่อเข้าร่วมเวที WEF และหารือกับบริษัทชั้นนำระดับโลก
การประชุม WEF ที่ดาวอสถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และซีอีโอทั่วโลกใช้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในอนาคต โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “A Spirit of Dialogue” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนมุมมอง
ทีมไทยแลนด์จะใช้โอกาสนี้สื่อสารนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจไทย นำเสนอศักยภาพประเทศ มาตรการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร การดึงดูดแรงงานทักษะสูง การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว และการปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนและขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่การลงทุนที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ รองนายกฯ จะร่วมเวทีเสวนา เช่น “New Pathways for ASEAN Growth and Productivity” และ “What’s Ahead for the Global Economy” รวมถึงการหารือแบบตัวต่อตัวกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ผู้บริหารไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และ AI เพื่อขยายความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก พร้อมปูทางสู่การเป็นเจ้าภาพประชุมไอเอ็มเอฟ–ธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569


