posttoday

พาณิชย์ คาดเงินเฟ้อปี 69 โต 0.5% ฟื้นครึ่งปีหลัง ไตรมาส1 ยังติดลบ เสี่ยงเงินฝืด

07 มกราคม 2569

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ ธ.ค. 68 ลดลง 0.28% จากพลังงาน-ของใช้ส่วนบุคคล กดดันต้นปี 69 ยังติดลบ คาดทั้งปีฟื้น 0-1% หนุนจากท่องเที่ยว-งบรัฐ แต่ยังต้องเฝ้าระวังเงินฝืดจากเศรษฐกิจชะลอ

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 0.0-1.0% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 0.5%
  • อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสแรกของปี 2569 จะยังคงติดลบ ก่อนจะทยอยฟื้นตัวและปรับตัวเป็นบวกในช่วงครึ่งปีหลัง
  • ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยมาตรการจากภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 100.19 ลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชะลอลงจากเดือนพฤศจิกายน ที่ลดลง 0.49% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน ทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลงตามทิศทางตลาดโลก รวมถึงมติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันดีเซล ขณะที่ของใช้ส่วนบุคคลยังลดลงต่อเนื่องจากการแข่งขันด้านการตลาด

อย่างไรก็ตาม หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับสูงขึ้น 1.53% จากราคาผักสด อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และปลาและสัตว์น้ำ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกที่ 0.59% แต่ชะลอลงจากเดือนก่อน

เมื่อเทียบรายเดือน เงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.04% จากราคาผักสดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และความต้องการบริโภคช่วงปลายปี ขณะที่หมวดไม่ใช่อาหารฯ ลดลงจากพลังงาน ค่าสาธารณูปโภค และมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐ
 

สำหรับเงินเฟ้อปี 2568 เฉลี่ยทั้งปีลดลง 0.14% จากราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ปรับลดตามทิศทางราคาตลาดโลกและมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ราคาผักและผลไม้สดลดลงจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงของใช้ส่วนบุคคลที่ลดราคาจากการจัดโปรโมชั่นของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม สินค้าบางกลุ่มยังปรับราคาสูงขึ้น เช่น อาหารสำเร็จรูป ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องประกอบอาหาร

โดยนายนันทพงษ์ ระบุว่า เงินเฟ้อเดือนธันวาคมติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีที่ติดลบ 0.14% ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2564

สำหรับปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.0 - 1.0% (ค่ากลาง 0.5) แม้ไตรมาสที่ 1 จะยังติดลบเฉลี่ยที่ -0.25% แต่จะทยอยเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 บวก 0.46% ไตรมาสที่ 3 บวก 0.99% และไตรมาสที่ 4 บวก 1.23% 


“สนค.คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส 1 ปี 2569 จะอยู่ระหว่าง -0.5 ถึง 0.0% จากฐานราคาน้ำมันต่ำและอุปสงค์ที่ยังอ่อนแรงในช่วงเลือกตั้ง ก่อนจะทยอยฟื้นในครึ่งปีหลัง จากการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ทั้งปี 2569 คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 0.0–1.0%”

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังภาวะ "เงินฝืด" ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งต้องอาศัยมาตรการรัฐช่วยประคอง

สำหรับผลเลือกตั้ง คาดมีเม็ดเงินหมุนเวียนราว 9,207 ล้านบาท แต่ไม่ดันเงินเฟ้อทันที เนื่องจากค่าใช้จ่ายหาเสียงไม่อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อ โดยจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคก่อน ส่วนปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น เวเนซุเอลา กระทบราคาน้ำมันโลกจำกัด และมีผลต่อการค้าไทยเพียง 0.01% ระยะสั้นอาจทำให้ค่าเงินบาทม่ความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปถือดอลลาร์สหรัฐ แต่ในระยะยาว 1-2 ปี หากมีอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้นจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อผ่านต้นทุนขนส่งพาณิชย์มองว่านี่ไม่ใช่ตัวแปรวิกฤต แต่เป็นโอกาสให้ไทยกระจายความเสี่ยงสู่ "ตลาดใหม่" เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกใหม่


“กระทรวงพาณิชย์มองว่าไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสให้ไทยปรับตัวสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และกระจายตลาดส่งออก พร้อมย้ำความจำเป็นของมาตรการรัฐเพื่อประคองเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงเงินฝืดในระยะสั้น”

ข่าวล่าสุด

"สูงวัยไปต่อ" เทียบนโยบายเพื่อผู้สูงวัย 4 "พรรคการเมือง"