posttoday

เอกนิติ ชู พิมพ์เขียว “10 Plus” 4 ปี ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ดัน GDP โตเกิน3%

26 ธันวาคม 2568

“เอกนิติ” รองนายกฯ-รมว.คลัง เปิดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ 10 Plus วางแผน 4 ปี ดัน GDP ปี69 โตเกิน 3% ลดภาระฐานราก ปลดล็อกกฎหมายเก่า ใช้ AI ปั๊มรายได้ ดึงลงทุนกว่า 4.7 แสนล้าน

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เสนอพิมพ์เขียว "เศรษฐกิจ 10 Plus" เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะ 4 ปี
  • ตั้งเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจไทย (GDP) เติบโตอย่างยั่งยืนในอัตราไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี
  • แผนดังกล่าวประกอบด้วยนโยบาย 10 ด้าน แบ่งเป็น 2 เสาหลัก คือการสร้างความแข็งแกร่งจากฐานราก และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ท่ามกลางบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชื่อของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลายเป็นหนึ่งในขุนพลเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุดในห้วงเวลานี้ ไม่เพียงเพราะบทบาทกำหนดทิศทางนโยบายการคลัง แต่เพราะเขากำลัง “วางหมากเกมยาว” เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า

แม้จะอยู่ในช่วงรอยต่อทางการเมือง แต่การแถลงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ในนามพรรคภูมิใจไทย ได้ฉายภาพการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย ผ่านกรอบแนวคิดที่เรียกว่า “เศรษฐกิจ 10 Plus” ที่เขาเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นเสมือน “รถยนต์คันเก่าที่ติดหล่ม” ซึ่งจำเป็นต้องยกเครื่องทั้งระบบ หากหวังจะออกเดินทางเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนกว่าในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปไม่ถึง 3 เดือนก่อนหน้า นายเอกนิติเคยประเมินสถานการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือ GDP ที่เคยเติบโต 3.2% ลดฮวบเหลือเพียง 1.2% และมีความเป็นไปได้ที่จะไหลลงไปแตะระดับ 0.3% หากไม่อะไร หรือมีมาตรการใดๆมารองรับ

ในช่วงเวลานั้น รัฐบาลเลือกใช้ยุทธศาสตร์ “Quick Big Win” ไม่ว่าจะเป็น โครงการคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณแบบ Front-load เพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดหนัก ผลลัพธ์คือ รถยนต์ที่ติดหล่มเริ่มขยับตัวออกมา เศรษฐกิจกลับมามีสัญญาณฟื้น คาดว่าไตรมาส 4 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 1% และยังสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือจาก Moody’s เอาไว้ได้ "ผ่านแผนปฎิรูปการคลังระยะปานกลาง" ซึ่งเป็นกรอบวางแผนการเงินการคลังของรัฐบาล ล่วงหน้า 3-5 ปี เพื่อกำหนดทิศทาง รายได้-รายจ่าย-หนี้สาธารณะ-ขาดดุลงบประมาณ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจและเสถียรภาพการคลัง

แต่สำหรับรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นี่เป็นเพียงการ “ประคองตัว” ไม่ใช่คำตอบระยะยาว

เอกนิติ  ชู พิมพ์เขียว “10 Plus” 4 ปี ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ดัน GDP โตเกิน3%

ล่าสุด ชู พิมพ์เขียว 4 ปี ผ่าน “เศรษฐกิจ 10 Plus”

โดยมีเป้าหมายใหญ่ของแผน 4 ปี คือการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโต ไม่ต่ำกว่า 3% หรือ 3%Plus อย่างยั่งยืน ผ่านชุดนโยบาย 10 ด้าน แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก

5 Plus  โอบอุ้มฐานราก สร้างความทั่วถึง

สวัสดิการ Plus
แผน “10 Plus” ถูกออกแบบมาเพื่อขยับเศรษฐกิจไทยจากฐานรากขึ้นไปพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่ยกระดับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดูแลประชาชนกว่า 13 ล้านคน เสริมด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส และมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

ค่าไฟ Plus
ควบคู่ไปกับการลดค่าครองชีพโดยตรงด้วยการตรึงค่าไฟฟ้าครัวเรือนรายย่อยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก

ออม Plus
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ผลักดัน-สร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว ด้วยการส่งเสริมการออมเงิน ผ่านพันธบัตรออม Plus และบัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้

สูงวัย Plus
พร้อมเปลี่ยนผู้สูงอายุจากภาระเป็นพลังเศรษฐกิจ ด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ ให้มีงาน มีรายได้ และระบบดูแลที่เหมาะสม

ชุมชน Plus
ใช้การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ฐานราก พร้อมสิทธิหักภาษีค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า

อีก 5 Plus  ยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

SMEs Plus (Made in Thailand)
สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ไทย จะได้รับการสนับสนุนด้วยเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ การค้ำประกันรวดเร็ว และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงงานภาครัฐ เป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

ลงทุน Plus
ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 30% ของ GDP ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV, AI และ Wellness ผ่านกองทุน Thailand Future Fund โดยไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ

การศึกษา Plus
ควบคู่ไปกับการยกระดับการศึกษาให้เท่าเทียม ผลักดันการเรียนฟรีมีงานทำ ผ่านแพลตฟอร์ม Skill Bridge เชื่อมการเรียนรู้กับตลาดแรงงานจริง

ดิจิทัล-AI Plus
นำ AI มาเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งผลทดสอบชี้ว่าสามารถเพิ่มรายได้ได้หลายเท่าตัว

เศรษฐกิจสีเขียว & ไทยแลนด์ Plus
มุ่มขับเคลื่อนสู่ Net Zero ผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต ควบคู่การปฏิรูปภาครัฐสู่ “รัฐฉับไว” เพื่อปลดล็อกเศรษฐกิจใหม่และดึงดูดการลงทุนระยะยาว
 

ปลดล็อก “ไฟแดง” กฎระเบียบเก่า
กุญแจดอกสำคัญของแผนทั้งหมด คือการรื้อและปรับกฎระเบียบที่ล้าสมัย ผ่านนโยบาย Thailand Plus โดยเฉพาะโครงการ Thailand Fast Track ที่ทำงานร่วมกับ BOI เพื่อปลดล็อกการลงทุนที่พร้อมจะลงทันที คาดว่าจะดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้กว่า 4.7 แสนล้านบาท ควบคู่กับ Trade Plus ที่ใช้เศรษฐกิจนำการทูต ขยายตลาดโลกให้สินค้าไทย

หัวใจสำคัญของพิมพ์เขียว นี้ คือการ ปักธง เปลี่ยนรถคันเก่า…ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

“เศรษฐกิจไทยเหมือนรถยนต์ที่เก่า คนขับก็แก่ และติดไฟแดงบ่อยจากกฎระเบียบที่ล้าสมัย เราต้องยกเครื่องใหม่ เปลี่ยนทักษะคนขับ เร่งการลงทุน และนำ AI มาใช้ เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพและยั่งยืนใน 4 ปีข้างหน้า”

คำถามที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่เพียงว่าแผน “10 Plus” จะสามารถเปลี่ยนรถยนต์คันเก่าคันเดิมของระบบเศรษฐกิจไทย ให้กลายเป็นยานพาหนะใหม่ทันสมัย ที่นำพาคนไทยไปถึงจุดหมายแห่งความมั่งคั่งและยั่งยืนได้จริงหรือไม่ แต่ยังรวมถึงว่า ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะยังได้สานต่อนโยบายการคลังชุดนี้ต่อไปหรือไม่ ภายใต้บริบทการเมืองที่อาจเปลี่ยนไป ซึ่งคำตอบอาจเริ่มชัดเจนขึ้นในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้